TASCO บวก 2.23% โบรกฯคาดกำไรปกติปี 63 สูงสุดในรอบ 3 ปี รับผลดีรัฐเร่งใช้งบประมาณ-มาตรการ IMO 2020 หนุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday February 17, 2020 10:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หุ้น TASCO ราคาขยับขึ้น 2.23% มาอยู่ที่ 22.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 109.52 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.28 น. โดยเปิดตลาดที่ 23 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 23.10 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 22.90 บาท

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) คาดกำไรปกติในปี 63 ที่ 2,884 ล้านบาท (+17.6% YoY) สูงสุดในรอบ 3 ปี ได้แรงหนุนจากงบประมาณปี 2563 ที่ต้องเร่งใช้ให้หมดภายในไตรมาส 2/63 – ไตรมาส 3/63 และงบประมาณปี 2564 หนุนกำไรในไตรมาส 4/63 ขณะที่ตลาดต่างประเทศได้แรงหนุนจากมาตรการ IMO 2020 ทำให้โรงกลั่นน้ำมันในเอเชียได้ผลิตภัณฑ์ยางมะตอยน้อยลง อีกทั้งความต้องการน้ำมันหนัก (HSFO) น้อยลงทำให้ต้นทุนการผลิตของ TASCO ลดลง โดยคาด GPM ปี 63 ดีขึ้นเป็น 14% จาก 11% ในปี 62 ราคาเป้าหมายสิ้นปี 63 ที่ 27.00 บาท

ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 4/62 อยู่ที่ 524 ล้านบาท ลดลง 17% QoQ แต่เติบโต 914%YoY เนื่องจากอัตตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 4/62 อยู่ที่ 10.6% ลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 11.4% ในไตรมาส 3/62 เพราะราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่เพิ่มขึ้นสูงจาก 4.5% ในไตรมาส 4/61 เพราะบริษัทประสบปัญหาเพลิงไหม้ถังน้ำมันดิบในไตรมาส 3/61 และกระทบการดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 4/61

ขณะที่แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 1/63 คาดอยู่ระหว่าง 500-600 ล้านบาท ทรงตัว QoQ แต่ลดลง YoY เนื่องจากมีแรงกดดันจากโรคระบาด Covid-19 ซึ่งอาจกระทบ Demand ในจีน รวมทั้งการเลื่อนงบประมาณปี 2563 จากไตรมาส 4/62 เป็นไตรมาส 1/63 ซึ่งคาดจะเริ่มเบิกใช้งบประมาณได้ในไตรมาส 2/63

ตลาดต่างประเทศมี Demand หนุนจากจีน เนื่องจากปี 63 เป็นปีสุดท้ายของการใช้งบประมาณตามแผนพัฒนา 5 ปีซึ่งมักจะมีการเบิกจ่ายสูงสุดในปีสุดท้าย และการลงทุนได้ชะลอไปในช่วงไตรมาส 1/63 จากการระบาดของ Covid-19 ทำให้จะมีการสั่งซื้อในช่วงที่เหลือของปี อีกทั้งยังมีอินโดนีเซียและเวียดนามที่รัฐต้องการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาประเทศ

ส่วน Demand ในประเทศ มีแรงหนุนจากการเลื่อนงบประมาณปี 2563 จากไตรมาส 4/62 เป็นไตรมาส 1/63 ทำให้ภาครัฐต้องเลื่อนลงทุนจากไตรมาส 4/62 เป็นไตรมาส 2/63 และเหลือเวลาเร่งใช้งบประมาณอีกเพียง 2 ไตรมาส ทำให้ผลประกอบการของ TASCO จะเด่นมากในช่วง 2 ไตรมาสนี้ ขณะที่งบประมาณปี 2564 หนุนผลประกอบการในไตรมาส 4/63 ส่งผลให้ปี 63 กำไรจะเด่นถึง 3 ไตรมาสติดต่อกัน (จากปกติเพียงไตรมาส 1 และ 4)

ส่วนมาตรการ IMO 2020 ทำให้โรงกลั่นน้ำมันได้น้ำยางมะตอยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้น้อยลง กดดันปริมาณยางมะตอยในตลาดโลกตึงตัว อาทิ โรงกลั่น S-Oil และ SKI จะมี Supply ลดลงถึง 1.8 ล้านตันต่อปี หนุนราคายางมะตอยในเอเชีย และหนุนธุรกิจโรงกลั่นยางมะตอยในต่างประเทศของ TASCO

นอกจากนี้ ถังน้ำมันดิบในมาเลเซียที่เสียหายจากเพลิงไหม้ คาดจะกลับมาใช้งานได้ครบทั้งหมดภายในเดือน มี.ค.63 ทำให้ Capacity เพิ่มขึ้นเป็น 2.3 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้มีสัญญาเช่าเรือที่ทดแทนคลังน้ำมันที่เสียหายจนถึงเดือน ส.ค.63 อีกขนาด 2 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปี 63 มีการยืนยันการส่งมอบน้ำมันดิบกลับมาเป็นปกติแล้วทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทมีวัตถุดิบรองรับเพียงพอต่อการผลิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ