ADVANC มั่นใจให้บริการ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากมีจำนวนคลื่นครอบคลุมทุกย่าน-แบนด์วิธกว้าง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday February 19, 2020 16:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ADVANC มั่นใจให้บริการ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากมีจำนวนคลื่นครอบคลุมทุกย่าน-แบนด์วิธกว้าง

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสตั้งใจอย่างยิ่งในการเข้าประมูลคลื่น 5G แบบเต็ม Block ในทุกย่านความถี่ โดยมีครบทั้งย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ครอบคลุมการใช้งานทุกรูปแบบ ประกอบด้วย คลื่น 700 MHz จำนวน 30 MHz (2x15 MHz), คลื่น 2600 MHz จำนวน 100 MHz และคลื่น 26 GHz จำนวน 1200 MHz รวมคลื่นความถี่ 5G ทั้งหมดอยู่ที่ 1330 MHz และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิมที่ AIS มีจำนวนมากที่สุดอยู่แล้ว ส่งผลให้เอไอเอสยังคงยืนหยัด ผู้นำอันดับ 1 ที่มีคลื่นความถี่ในการให้บริการ 4G และ 5G มากที่สุดในอุตสาหกรรม รวม 1420 MHz (ไม่รวมความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์)

ADVANC มั่นใจให้บริการ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากมีจำนวนคลื่นครอบคลุมทุกย่าน-แบนด์วิธกว้าง

ซึ่งหมายความว่า เราจะมีขีดความสามารถที่จะส่งมอบบริการและโซลูชันส์คุณภาพดีที่สุด จากปริมาณคลื่นความถี่ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลก หรือ World’s Best-In-Class ที่ต่างเตรียมปริมาณแบนด์วิธอย่างน้อย 100 MHz ขึ้นไปทั้งสิ้น เพื่อให้สามารถนำมาสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศได้มากยิ่งกว่าใครในอุตสาหกรรม

"เรามีความพร้อมเปิดบริการ 5G ในเร็วๆนี้ เพราะเรามีคลื่นรองรับ 5G ทั้งหมด 1,330 MHz หมายถึงเรามี Capacity มากขึ้น 30 เท่า ความเร็วมากขึ้น 24 เท่าขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์กับลูกค้าในการใช้ 4G หลังได้รับคลื่นความถี่5G ที่มีใช้สำหรับอนาคตและดีต่อวันนี้"นายปรัธนา กล่าว

ในด้านผู้บริโภค เอไอเอสก็พร้อมส่งมอบประสบการณ์จากเทคโนโลยี 5G ที่ดีที่สุด โดยยืนยันได้จากความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลกทุกรายที่จะให้คนไทยได้สัมผัสกับไลฟ์สไตล์การเชื่อมต่อโลกออนไลน์ที่เร็ว แรง เสถียร เหนือระดับยิ่งกว่าใคร

โดยวันนี้ เอไอเอสได้เริ่มเปิดสัญญาณ 5G เป็นรายแรก เพื่อทดลองทดสอบ 5G บนคลื่นความถี่ 2600 MHz บนเครือข่ายจริง ณ สถานที่จริง อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, แยกอโศก รวมถึงในเขตภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับบริการ 5G ที่ดีที่สุด ก่อนเปิดให้บริการจริงในเร็วๆนี้ รวมถึงยังเริ่มเชิญลูกค้ากลุ่มแรกให้มาร่วมทดลองทดสอบ เพื่อสร้างประสบกรณ์ 5G ที่ดีที่สุดไปด้วยกัน พร้อมเตรียมโซน 5G Trial ให้ลูกค้าและประชาชนได้เข้ามาลองสัมผัสกับเครือข่ายและอุปกรณ์ดีไวซ์ 5G ที่ AIS Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ และ สยามพารากอน ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ขณะเดียวกันเอไอเอสได้ร่วมทดลอง ทดสอบกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม Sector หลักๆมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ภาคการผลิต, ภาคขนส่ง, ภาคคมนาคม, ภาคสาธารณสุข, ภาคการศึกษา,ฯลฯ จนมีความรู้และประสบการณ์ที่สามารถจะนำมาสร้างสรรค์รูปแบบบริการได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพมากที่สุดได้ทันที ดังนั้นวันนี้ จึงพร้อมนำ 5G เข้าไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง เพื่อปฏิวัติการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม (Growth Revolution) อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ EEC ซึ่งได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำในพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สนามบินอู่ตะเภา, ท่าเรือแหลมฉบัง, อมตะนคร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศรีราชา, ฯลฯ

ขณะที่การแข่งขันราคาในอุตสาหกรรม นายปรัธนา มองว่า ยังมีต่อเนื่องโดยคาดว่าในไตรมาส 1-ไตรมาส 2 ปีนี้จะเห็นความเข้มข้นการแข่งขันราคายังมีอยู่ แม้ว่าแต่ละค่ายจะมีจำนวนคลื่นไม่เหมือนกัน แต่ละรายมีจุดยืนที่จะแข่งขัน

"เอไอเอสได้เปรียบที่มีจำนวนคลื่นมากที่สุด และมีคุณภาพเครือข่าย ...ผมเชื่อว่าให้ราคาถูกแต่ถ้าใช้ไม่ได้ ก็ช่วยยอดขายระยะสั้น ดังนั้น คนที่มี resouce มากกว่าจะได้เปรียบ"

ด้านนายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ ADVANC กล่าวว่า วันนี้ เครือข่าย AIS 5G คือ เครือข่าย 5G ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นเพียงรายเดียวที่มีจำนวนคลื่นมากที่สุดในแต่ละย่านแล้ว ยังเป็นเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีปริมาณแบนด์วิธภาพรวมในระดับ World’s Best-In-Class ตามมาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลกที่ต่างมีแบนด์วิธในปริมาณอย่างน้อย 100 MHz ขึ้นไป อันจะส่งผลให้เครือข่ายของเรามีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ ออกแบบ Solutions, ปรับเปลี่ยน, Tailor Made เพื่อตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในภาพรวมเครือข่าย AIS 5G จะมีความเร็ว Speed ที่สูงกว่าถึง 24 เท่าและมีขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน Capacity ที่มากกว่าถึง 30 เท่า และมี Latency ต่ำกว่าเดิมถึง 10 เท่า

ลูกค้าปัจจุบันที่ใช้ 4G ที่มีมือถือรองรับคลื่น 2600 MHz ก็ได้รับประโยชน์ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมือถือ 16 ล้านเครื่อง โดยทันทีที่คลื่น 2600 MHz ได้ใช้งานก็สามารถใช้งานได้ทันที

"ด้วยมาตรฐานเทคโนโลยี 5G โดย 3GPP ระบุว่า คลื่น 700 MHz จะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด ที่จำนวนเต็ม 30 MHz (2x15 MHz) จึงเป็นที่มาของความตั้งใจในการเข้าประมูลย่าน 700 MHz เพิ่มอีก 10 MHz (2x5 MHz) จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 20 MHz (2x10 MHz) รวมเป็น 30 MHz (2x15 MHz) ในขณะที่ คลื่น 2600 MHz ต้องมีจำนวน 100 MHz จึงจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพเช่นกัน ส่วนคลื่น 26 GHz ต้องมีจำนวน 400 MHz ต่อ 1 Block จึงจะสามารถให้บริการ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการรองรับดิจิทัลโซลูชันส์ให้กับภาคอุตสาหกรรมในอนาคตนั่นเอง" นายวสิษฐ์กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ