(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์ เล็งกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯหนุนหลังราคาน้ำมันพุ่งแรง-ทั่วโลกร่วมมือหยุดการแพร่ระบาดไวรัส

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday March 20, 2020 09:16 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้ แต่โดยรวมมองว่าตลาดฯยังผันผวนอยู่ โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี หลังจากที่ราคาน้ำมันได้พุ่งแรงราว 24% ปรับขึ้นวันเดียวแข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ ธนาคากลางทั่วโลกต่างก็ออกมาตรการมาช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบฉุกเฉินแล้ว และรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ก็หนุนการบริโภคทำให้ความตื่นตระหนกลดลง รวมถึงทางสหรัฐฯก็ประกาศยกระดับเตือนการเดินทางสู่ระดับสูงสุดด้วย ส่วนอังกฤษก็ไม่ให้เดินทางด้วยรถใต้ดินแล้ว ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นในความพยายามที่จะควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

ส่วนบ้านเรายังต้องติดตามความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เมื่อวานนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 60 คน และได้มีการขอความร่วมมือห้ามการเดินทางไปต่างจังหวัด

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างปรับตัวขึ้น ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน และมาตรการของทั่วโลกที่นำออกมาใช้คุมการแพร่ระบาดไวรัส

พร้อมให้แนวรับ 1,035-1,027 จุด ส่วนแนวต้าน 1,070-1,075 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (19 มี.ค.63) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 20,087.19 จุด เพิ่มขึ้น 188.27 จุด (+0.95%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,409.39 จุด เพิ่มขึ้น 11.29 จุด (+0.47%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,150.58 จุด เพิ่มขึ้น 160.74 จุด (+2.30%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 24.89 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 438.21 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 135.52 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 40.85 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.78 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.82 จุด

ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (19 มี.ค.63) 1,044.19 จุด ลดลง 3.96 จุด (-0.38%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,128.87 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 มี.ค.63
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (19 มี.ค.63) ปิดที่ 25.22 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 4.85 ดอลลาร์ หรือ 23.8%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (19 มี.ค.) อยู่ที่ -1.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.57 อ่อนค่าเล็กน้อยจากวานนี้ หลังดอลล์แข็ง ขานรับสัญญาณความร่วมมือกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ส.อ.ท.ชงตั้งกองทุนรับมือ โควิด 1 แสนล้านบาท ปล่อยกู้เอสเอ็มอี พยุงกิจการ ช่วยผู้ตกงานระยะสั้น หวั่นเลวร้ายสุดตกงาน 1 ล้านคน "หอการค้า" ขอความร่วมมือสมาชิกไม่เลิกจ้าง "สทท." หวั่นยอดเลย์ออฟคนท่องเที่ยวพุ่ง 1.2 ล้านคน ปิดกิจการหมื่นราย
  • กพช.ขยายระยะเวลาโรงไฟฟ้าชุมชนขายไฟเข้าระบบในโครงการควิกวิน ชี้ต้องยื่นโครงการ ภายในปี 63 จ่ายไฟเข้าภายในปี 64 พร้อมตั้งกองทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ดึงเงินพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ไฟเขียวทบทวน "พีดีพี" เพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตโรงไฟฟ้าชุมชน
  • "สนธิรัตน์" ลดค่าครองชีพประชาชน ฝ่าวิกฤตโควิด-19 เคาะลดราคา LPG 45 บาท/ถัง (15 กก.) ยาว 3 เดือน มีผล 24 มี.ค.นี้ ให้ ปตท.คงราคาขายปลีก NGV สำหรับรถโดยสารสาธารณะ 3 เดือน และ NGV รถทั่วไป 5 เดือน "กฟน.-กฟภ." เผยลดค่าไฟ 3% ให้ผู้ใช้ไฟทุกประเภท เม.ย.-มิ.ย. แบกภาระเกือบ 5 พันล้านบาท
  • ส.อ.ท. ปรับลดเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้ 1 แสนคัน มาที่ 1.9 ล้านคัน ต่ำกว่าปี 62 เหตุโควิด-19 และเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ด้านดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯร่วงต่ำสุดในรอบ 21 เดือน

*หุ้นเด่นวันนี้

  • TU (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 17.5 บาท ได้ Sentiment บวกค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงิน Euro โดยมีรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวมและส่วนใหญ่ส่งออกไปในกลุ่มประเทศในยุโรป ทุกๆ 1 บาทที่เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ Euro จะเพิ่มกำไรให้กับ TU ประมาณ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากข่าวบริษัทประกาศซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 200 ล้านหุ้นมูลค่า 3 พันล้านบาท
  • CBG (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 107 บาท ผู้บริหารยืนยันธุรกิจยังเป็นโทนบวก แม้ยอดขายเครื่องดื่มในจีนจะหยุดชะงักในช่วงที่ปิดเมือง และรายได้ในไทยชะลอ แต่หักล้างได้จากยอดขายใน CLMV ที่โตต่อเนื่องและทำได้ตามเป้า กัมพูชาโตกว่า 10% เมียนมา โตกว่า 100% ปัญหาตอนนี้คือกำลังการผลิตเต็ม อยู่ระหว่างขยายโรงงานกระป๋องอีก 30% เริ่มใช้ได้ใน Q2/63 ส่วนต้นทุนลดลงทั้งอลูมิเนียม ก๊าซธรรมชาติ และน้ำตาล จะดีต่อมาร์จิ้น โดยยังคงคาดกำไรปีนี้ +22% ยังไม่รวมธุรกิจใหม่ C+lock ที่ร่วมทุนทำกับวู้ดดี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ