(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งซึมลง-บรรยากาศอาจเงียบเหงา หลังผิดหวังผลประชุมโอเปกพลัส

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday April 10, 2020 09:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งซึมลง หลังจากผิดหวังผลประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลง 10 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพ.ค.-มิ.ย. จากนั้นจะปรับลดการผลิต 8 ล้านบาร์เรล/วัน ตั้งแต่เดือนก.ค.ไปจนถึงสิ้นปี 63 และจะปรับลด 6 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนม.ค. 64 ไปจนถึงเดือนเม.ย. 65 ซึ่งเป็นการปรับลดกำลังผลิตในลักษณะขั้นบันได และลดกำลังผลิตน้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้อาจไม่สามารถชดเชยกับความต้องการใช้น้ำมันที่หายไป 15 ล้านบาร์เรล/วัน

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบเล็กน้อย ล่าสุดเปิดแค่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น และตลาดหุ้นเกาหลี ซึ่งวันนี้บรรยากาศการลงทุนอาจเงียบเหงาได้ เนื่องจากวันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นในยุโรป รวมถึงตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดทำการเนื่องในวัน Good Friday และในสัปดาห์หน้าตลาดในยุโรปก็อาจปิดเนื่องในวันอีสเตอร์

อย่างไรก็ดี ให้รอติดตามกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะประกาศการปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในสัปดาห์หน้า และให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของกลุ่มแบงก์งวดไตรมาส 1/63 ที่จะเริ่มทยอยออกมาในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

พร้อมให้แนวรับ 1,200-1,190 จุด ส่วนแนวต้าน 1,220 ถัดไป 1,240-1,245 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (9 เม.ย.63) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,719.37 จุด เพิ่มขึ้น 285.80 จุด (+1.22%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,789.82 จุด เพิ่มขึ้น 39.84 จุด (+1.45%) ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,153.58 จุด เพิ่มขึ้น 62.67 จุด (+0.77%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 154.30 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 1.29 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 14.00 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 0.45 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 8.14 จุด

ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์ และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Good Friday

  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (9 เม.ย.63) 1,210.48 จุด เพิ่มขึ้น 4.71 จุด (+0.39%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,051.39 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 เม.ย.63
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (9 เม.ย.63) ปิดที่ 22.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 2.33 ดอลลาร์ หรือ 9.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 เม.ย.) อยู่ที่ -0.16 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.70 แข็งค่าจากวานนี้ จากดอลล์อ่อนหลังเฟดอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ให้กรอบ 32.60-32.80
  • แบงก์พาณิชย์จับมือ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท 0.40% สนองนโยบาย ธปท. หลังหั่นค่านำส่งกองทุนฟื้นฟูเหลือ 0.23% ศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบีประเมิน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ทั้งผู้ประกอบการ-รายย่อย รวมกว่า 5.2 หมื่นล้านต่อปี ขณะธุรกิจเอสเอ็มอีต้นทุนลดกว่า 2 หมื่นล้าน
  • "โบรกเกอร์" อัดโปรโมชั่น แคชแบ็ค เทรดหุ้นรับเงินค่าธรรมเนียม ซื้อขายคืน หนุนวอลุ่มซื้อขายพุ่ง "เมย์แบงก์ กิมเอ็ง" แจงหวังกระตุ้นนักลงทุนเทรดผ่านแอพพลิเคชั่น ขณะ "ฟินันเซีย ไซรัส" จัดหนัก คืนเงิน 5% ตั้งเป้าสิ้นปีมาร์เก็ตแชร์ เทรดออนไลน์ติด 1 ใน 3 ก่อนขึ้นอันดับ 1 ปีหน้า
  • หอการค้าฯ เผยไวรัสโควิด-19 ระบาดภัยแล้ง ฉุดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค.ลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบกว่า 21 ปี มาอยู่ที่ 50.3 จากเดือน ก.พ.63 ที่อยู่ในระดับ 64.8 ลุ้นไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยฟื้น
  • คมนาคมตีกลับแผนฟื้นฟูการบินไทย สั่งทำรายละเอียดตัวเลขต้นทุนกลับมาเสนอภายใน 1 สัปดาห์ ยืนยันผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ยังไม่ส่งผลกระทบให้การลงทุนในรัฐวิสาหกิจของคมนาคม
  • นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ททท.ได้ตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาหนึ่งชุด เพื่อเตรียมความพร้อมในการซ่อมสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลง เน้นเรื่องของการบริหารจัดการความปลอดภัยและสุขอนามัยของนักท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่าหลังวิกฤติโควิด-19 รูปแบบของการท่องเที่ยวจะเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นการเติบโตในฐานที่ต่ำ

*หุ้นเด่นวันนี้

  • CPF (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 30 บาท คาดผลกำไรของ CPF ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งจาก 1) ราคาขายเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นทั้งไก่และหมูโดยเฉพาะในเวียดนามที่เผชิญกับภาวะหมูขาดแคลน 2) ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงโดยเฉพาะราคากากถั่วเหลือง 3) ปริมาณการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น และ 4) ได้ประโยชน์ค่าเงินบาทอ่อนค่า
  • TOA (คิงส์ฟอร์ด) "ทยอยซื้อสะสม" เป้า Bloomberg Consensus 36.25 บาท ตลาดยังประเมินการเติบโตของรายได้ TOA ในปีนี้เติบโตต่อแม้การการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้การบริโภคของภาครัฐและเอกชนมีการชะลอตัวลงไปในช่วงครึ่งปีแรก โดย Key Driver หลักคือยอดขายในต่างประเทศโดยเฉพาะที่เวียดนามที่มีโอกาสขยายตัวในระดับ Double Digit นอกจากเวียดนามตลาดอื่นอย่างอินโดนีเซีย, เมียนมาและกัมพูชาก็มีการเติบโตอยู่ในระดับสูง สำหรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563-2564 ตลาดประเมินไว้ที่ระดับ 2.27 พันล้านบาท และ 2.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +5%YoY และ +7.5%YoY ตามลำดับ
  • SC (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 2.30 บาท จุดเด่นคือเงินปันผล 0.19 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield สูงถึง 9% ขึ้น XD 30 เม.ย. และจ่ายเงิน 21 พ.ค. ด้านกำไรปี 2563 คาดหดตัว 19% Y-Y เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นตามภาวะเศรษฐกิจชะลอ กลยุทธ์ปีนี้เน้นขายแนวราบและระบายสต็อก บริหารสภาพคล่อง ส่วนระยะยาวเน้นเพิ่มพอร์ตแนวราบและเพิ่มรายได้ Recurring income แม้อัตราส่วนหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยต่อทุนที่ 1.3 เท่าจะสูงกว่ากลุ่ม แต่ต่ำกว่าข้อกำหนด (Debt covernant) ที่ 2.5 เท่า ถือว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ