BEC คาดผลงาน H2/63 ดีกว่า H1/63 แต่ทั้งปี 63 ยังต่ำกว่าปีก่อน หลังรับพิษโควิด

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday August 10, 2020 18:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจทีวี บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) คาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 โดยในไตรมาส 3/63 คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะกลับมาใช้เม็ดเงินโฆษณามากขึ้น หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศคลี่คลาย ทำให้คาดว่าสถานการณ์น่าจะดีกว่าไตรมาส 2 และทยอยกลับมาเหมือนไตรมาส 1/63 ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด ซึ่งจะช่วยให้ผลประการในไตรมาส 4 /63 ดีกว่าในไตรมาส 3 หากไม่มีการระบาดรอบสอง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลประกอบการทั้งปี 63 ไม่น่าจะดีกว่าปีก่อน ที่มีรายได้ของกลุ่ม BEC ในระดับ 8.75 พันล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 397.2 ล้านบาท โดยในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาลดลงราว 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมากกว่าที่เคยมีรายงานตัวเลขว่าอุตสาหกรรมโฆษณาลดลง 15% เพราะมีการนับรายการโฮมช็อปปิ้งเข้าไปด้วย

นายสุรินทร์ กล่าวว่า บริษัทจะนำละครใหม่ของช่อง 3 มาออกอากาศในช่วงไพร์มไทม์มากขึ้น โดยจะทยอยกลับมาออกอากาศเพิ่มขึ้นจากเดือนก.ค. ที่มี 1 เรื่อง และเดือนส.ค.มี 2 เรื่อง และเดือนก.ย.จะมี 3 เรื่อง ทำให้สามารถเพิ่มรายได้มากขึ้น จากเดิมที่นำละครเก่ามาฉายซ้ำ (Rerun) เพราะติดช่วงโควิด และยังเป็นการลดต้นทุนของบริษัท นอกจากนี้จะมีละครที่ออกอากาศพร้อมกับจีนอีกอย่างน้อย 1 เรื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากที่ฉายแล้ว 2 เรื่องซึ่งสามารถทำรายได้ได้มากพอสมควร

ด้านรายการข่าว ก็จะนำผู้ประกาศข่าวที่มีชื่อเสียงมาจัดรายการข่าวมากขึ้น โดยปัจจุบันมี"หนุ่มกรรชัย" ที่โดดเด่นในการนำเสนอข่าว ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารสนใจที่จะเพิ่มเติมบุคลากรในส่วนนี้เข้าไปเสริมรายการข่าวมากขึ้น

"อดีตเรายิ่งใหญ่ทั้งละคร และข่าว เป็นหน้าตา ทำให้สถานีมีชื่อเสียง ธุรกิจทีวีเป็นธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา...เราจะทำให้รายการข่าวต้องดี ผู้ประกาศต้องมีชื่อเสียงก็อยู่ในแผนงานที่เราจะทำ" นายสุรินทร์ กล่าว

นายสุรินทร์ กล่าวว่า บริษัทยังคงนำลิขสิทธิ์ละครออกขายในตลาดต่างประเทศ ในลักษณะ Single Content Multiple Platform ที่มองว่า Content จะเป็นตัวดึงดูดตลาดได้ ในส่วนนี้จะช่วยเพิ่มรายได้โดยเฉพาะในตลาดจีน และสิ่งสำคัญจีนออกช่องทาง Online Platform ซึ่งเป็นประเทศที่ติดตามละครไทย และกล้าซื้อในราคาที่สูง และชื่นชอบดาราไทยไม่น้อย ก็จะช่วยต่อยอดการทำรายได้จากศิลปิน โดยจีนซื้อละครไปทำการตลาด ก็เป็นโอกาสเปิดตัวในตลาดจีน ขณะที่คนรุ่นใหม่ในไทยก็ยังติดตามละครช่อง 3 ผ่าน Platform อื่น ที่ไม่ใช่ทีวี ก็แสดงให้เห็นว่า Content ของบริษัทยังขายได้ นอกจากนี้ช่อง 3 ยังมีรายการวาไรตี้ที่เป็นที่นิยม ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะดึงดูดเรทติ้งได้มากพอสมควร

"เราอยู่ในธุรกิจทีวี สิ่งสำคัญคือ Content ทีวี ขายตัว Content การปรับครั้งนี้จะนำละคร ข่าว และวาไรตี้ ซึ่งค่อนข้างชัดเจนจะต้องดึงให้กลับมายิ่งใหญ่ ด้วยรายการข่าว รายการวาไรตี้"นายสุรินทร์ กล่าว

ด้านนายสมชัย บุญนำศิริ ประธานกรรมการ BEC กล่าวเสริมว่า การขายลิขสิทธิ์ละครในต่างประเทศนั้น ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ 500 ล้านบาท ที่ผ่านมานำละคร 2 เรื่องขายให้ เทนเซ็นต์ ของจีน นอกจากนี้บริษัทได้แต่งตั้งให้บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย (JKN) ทำตลาดในแถบ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)

นายพิริยดิส ชูพึ่งอาตม์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักงานการเงินและบัญชี BEC กล่าวว่า บริษัทมีหุ้นกู้ 2,998 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในอีก 1 ปีครึ่ง ซึ่งบริษัทได้เตรียมวงเงินไว้แล้ว โดยขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้ไม่เกิน 4 พันล้านบาท และมีวงเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร 2 พันล้านบาท และมีเงินสดอีกกว่า 2 พันล้านบาท ส่วนแนวทางระยะกลางน่าจะออกหุ้นกู้ เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิม ทั้งหมดหรือทดแทนบางส่วน ขณะที่ ณ สิ้นปี 62 บริษัทมีกำไรสะสมอยู่จำนวน 2,294 ล้านบาท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ