SYNEX คาดยอดขาย Q3/63 ชะงักรอมือถือรุ่นใหม่เปิดตัวใน Q4/63,เล็งเพิ่มสินค้ารุกตลาดเกมส์

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 2, 2020 12:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) (SYNEX) เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 3/63 คาดว่าจะชะลอตัวลงจากไตรมาส 2/63 ที่มียอดขาย 8.7 พันล้านบาท เนื่องจากลูกค้ารอการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของแบรนด์ดัง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ของค่าย Apple ที่มีกำหนดเปิดตัว iPhone 5G และ iWatch รุ่นใหม่ในช่วงปลายปีนี้ ดังนั้น เชื่อว่ายอดขายจะไปกระจุกตัวในไตรมาส ซึ่งสัดส่วนรายได้จากสมาร์ทโฟนคิดเป็น 40% ของยอดขายรวมของบริษัท

อีกทั้งในช่วงไตรมาส 4/63 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่คาดว่ายอดขายอุปกรณ์กลุ่ม Gadget จะปรับตัวสูงขึ้น เพราะได้รับความนิยมในการซื้อเพื่อเป็นของขวัญ

"แม้ว่าภาพรวมของผลงานในช่วงไตรมาส 3/63 จะชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าการฟื้นตัวของผลงาน โดยเฉพาะยอดขายจะกลับมาเติบโตโดดเด่นขึ้นในช่วงไตรมาส 4/63 เพราะเป็นช่วงที่โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เริ่มออกวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย และมีความต้องการซื้อของกลุ่มลูกค้าที่รอการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่รอการเปิดตัวอยู่ โดยเฉพาะลูกค้า Apple จะเป็นปัจจัยที่ช่วยเข้ามาหนุนยอดขายให้กลับมาโดดเด่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้"นางสาวสุธิดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สินค้ากลุ่ม IT และ Gadget ยังมียอดขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะไม่มากเท่ากับในช่วงไตรมาส 2/63 ที่บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า และเป็นช่วงที่มีความต้องการสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และแล็ปท็อปมากระหว่างการล็อกดาวน์เพื่อรองรับการทำงานที่บ้าน ดังนั้น การซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ในช่วงไตรมาส 3/63 อาจจะชะลอตัวลงบ้าง โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้า IT และ Gadget รวมกันที่ 40% ของรายได้รวม

ส่วนภาพรวมของรายได้ในปีนี้บริษัทยังมั่นใจว่ายังเห็นการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวในกรอบล่าง โดยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลช่วยกระตุ้นให้คนหันมาใช้สินค้า IT เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับบริษัทมีแบรนด์สินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติม เช่น Fuji Instax, Epos และ Techno Mobile ซึ่งเป็นกลุ่มแบรนด์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และเป็นสินค้าที่ให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ที่ดี ซึ่งเป็นไปตามแผนงานของบริษัทที่มุ่งเน้นการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่ายอดขาย ทำให้ในปี 63 อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทสามารถปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4% ตามเป้าหมายได้ จากปีก่อนอยู่ที่ 3.82%

"การเติบโตต่อเนื่องทุกปีของเรา เพราะเราได้ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกครั้งแต่ละปีเราก็ต้องปรับตัวให้ตามกระแส ขายสินค้าที่เป็นเทรนด์ ควบคู่ไปกับการบริการหลังการขายที่ดี มีการลงทุนในบริษัทย่อยต่างๆ เพื่อเติมเต็มธุรกิจให้มากขึ้น ปีนี้ถือว่าโควิด-19 เป็นผลบวกกับเราทำให้ความต้องการใช้สินค้า IT เพิ่มขึ้นมาก และยังมีกลุ่ม Gadget ต่างๆก็ได้รับความนิยม"นางสาวสุธิดา กล่าว

นอกจากนี้ ในระยะต่อไปบริษัทมองถึงโอกาสจากการเติบโตของตลาดเกมส์ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตขึ้นเฉลี่ย 6% ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งตลาดใหญ่ยังอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ดังนั้น จึงวางแผนที่จะผลักดันสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกมส์ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกมส์มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 10% โดยบริษัทเตรียมนำสินค้าและบริการใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับเกมส์มานำเสนอเพิ่มเติมในอนาคต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ