KTAM ออกกองทุนทริกเกอร์ลงทุนเมกะเทรนด์ เป้า 7 เดือน 7% ขายถึง 11 พ.ย.

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 6, 2020 15:21 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิดเคแทม ธีมเมติก ทริกเกอร์ ฟันด์ (KT-TMT) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 พ.ย. 2563 โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS และ/ หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ และ/หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (กองทุนปลายทาง) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป

โดยการลงทุนในกองทุนปลายทางดังกล่าวมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด โดยกองทุนนี้จะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งสัดส่วนการลงทุนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

นางชวินดา กล่าวว่า กองทุนนี้มีความน่าสนใจตรงที่มีการบริหารแบบยืดหยุ่นและกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงโดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบกำหนดธีมการลงทุน Thematic Investment ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก หรือ Mega Trends เพื่อค้นหากลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จาก Mega Trends เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่ 7%ในระยะเวลา 7 เดือน

นอกจากนี้ การเติบโตของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประเทศจีนและประเทศในเอเชียทำให้ประชากรในประเทศสามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเติบโตของ E-Commerce และเทคโนโลยีด้านการเงิน หรือ Fin-Tech จนทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของประชากรจีน จำทำให้ธีม CHINA & ASIA Tech เป็นที่น่าสนใจและเป็นปัจจัยที่ทำให้หุ้นในธีมดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในการลงทุนระยะสั้นจากการจับจังหวะตลาด และผู้ที่ชื่นชอบในการมองหาโอกาสจากกลยุทธ์การลงทุนในธีม เช่น CHINA & AI, Healthcare Innovation และ Cloud Computing

ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน และหรือการบริหรความเสี่ยงรวมทั้งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ