ณรงค์ชัย แนะรัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยกระดับชุมชนฝ่าวิกฤติโควิด

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday February 23, 2021 14:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีต รมว.พลังงาน และ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) กล่าวในงานสัมมนา Reinventing Thailand ในหัวข้อ Charting Thailand's Future ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งเริ่มแรกคาดว่าจะจัดการการระบาดโรคนี้ได้เร็ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก กลไกการเชื่อมต่อเศรษฐกิจคือการเดินทางหยุดชะงัก ขณะเดียวกันทุกประเทศต้องนำเงินงบประมาณส่วนใหญ่มาช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาระหนี้สาธารณะจำนวนมาก และเกิดปัญหากับหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกประเทศ ขณะที่ปีนี้ยังคงเป็นการบริหารสุขภาพและเศรษฐกิจ รวมถึงการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และโควิด-19 ยังทำให้โลกเข้าสู่ Digitalization เร็วกว่าเดิม 2-4 ปี

สำหรับประเทศไทย สามารถควบคุมการระบาดโควิด-19 รอบแรกได้ดี และรอบสองก็ทำได้ดี แต่เศรษฐกิจไทยบอบช้ำเสียหายมากไม่น้อยกว่าชาติอื่น เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาภาคส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มบริการเป็นหลัก จึงสร้างปัญหาในกลุ่มวงกว้างเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียที่ไม่ได้พึ่งพิงภาคส่งออกมากเท่าเรา

เพราะฉะนั้นไทยต้องอาศัยการปรับโครงสร้างภายในเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ประโยนช์จาก digitalization ซึ่งกระทรวงการคลัง ก็ได้นำมาใช้และปรับปรุงให้ทันเหตการณ์ผ่านมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ภาคราชการที่อ่อนแอที่สุดในการพัฒนา digitalization ก็สามารถปรับตัวได้เร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน ทำให้ยังมีความซ้ำซ้อนอยู่

สิ่งที่อยากเสนอด้วยการขับเคลื่อนสร้างความสามารถของชุมชนให้เข้าสู่ดิจิทัล ซึ่งภาครัฐต้องมีโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมทั้ง่ไฟฟ้าและคลื่นความถี่หรือ wifi อย่างทั่วถึงตามชุมชนทั่วประเทศ เพื่อรองรับแรงงานที่กลับสู่ท้องถิ่นมาทำอาชีพต่าง ๆ หรือค้าขาย รวมถึงขจัดอุปสรรคดิจิทัลทั้งขั้นตอนและกฎระเบียบ ส่วนการส่งเสริมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะขับเคลื่อนได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้น

"เรามาคิดใหม่ทำใหม่ในปี 2021 ปีนี้น่าจะตั้งหลัก โดยให้เกิดรีบาวด์ในปี 2022 จากการทำงานของปีนี้ อยากให้รีบาวด์นี้เป็น Quality Growth ก็คือการเจริญและเติบโต เติบโตอย่างเดียวไม่พอ Quality Growth เป็นเทรนด์ใหม่ในโลกซึ่งสังคมเรียกร้อง บริษัททั้งหลายต้องทำ ESG เป็นเทรนด์ของโลก เราใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์ในการเป็นอยู่และทำมาค้าขายได้ เทรนด์ของ Digilalization ผมว่ามาแรงมาก คือเป็น Demand from Below ดีมานด์จากเด็กจากเยาวชนต้องการ Digitalization เห็นได้จากการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมากทั่วโลก สุดท้ายเงื่อนไขการวางแผนขับเคลื่อนไปข้างหน้า อยู่ที่ความสมานฉันท์ทางการเมืองด้วย"นายณรงค์ชัย กล่าว

ด้านนายธณาพล อิทธินิธิภัค Vice President and Head of Thailand Business, BLACKROCK กล่าวในหัวข้อ Reinventing Thailand's Capital market from a global perspective ว่า ในปีที่ผ่านมา โควิดให้ทำให้เรียนรู้หลายอย่าง การรับมือเศรษฐกิจและการลงทุน กระทบทุกภาคส่วนทั้งรายใหญ่ถึงรายย่อย และกระทบความเชื่อมั่นผู้ลงทุน ผู้บริโภค และนโยบายการเงินการคลังที่ธนาคารกลางและทั่วโลกที่อัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ อีกด้านเร่งพัฒนาวัคซีน ทั้งหมดเป็นมุมมองเชิงบวก สะท้อนในสินทรัพย์ปรับตัวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงนักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจ

โควิด-19 เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความเสียหาย โดยตัววัคซีนจะมาควบคุมทำให้ความเสียหายจำกัด ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วหลังจากวัคซีนเริ่มแจกจ่ายแล้ว เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะกระจายในวงกว้างมากขึ้น ในสหรัฐและยุโรปมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี โดยปีนี้ กลุ่มประเทศพัฒนาจะมีการสั่งซื้อครอบคุลมประชาชนส่วนใหญ่ แต่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับวัคซีนบางส่วนปีนี้ และกว่าจะครบครอบคลุมประชากรทุกคนคงเป็นปี 65-66 มองเป็นสัญญาณเชิงบวก

ในปีนี้ รูปแบบการลงทุนแบ่งเป็น 3 ธีม ได้แก่ 1.The New Norminal 2.ธีม Globalizton Rewired และ 3.ธีม Turbocharged Transformations

รูปแบบการลงทุนในธีมแรก The New Norminal อัตราดอกเบี้ยต่ำ ต้นทุนธุรกิจถูกลง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและเชื่อว่าจะเห็นดอกเบี้ยต่ำอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ปีนี้อัตราเงินฟ้อเริ่มดีดตัวกลับขึ้นมา รายรับต่ำแต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เป็นผลจากประเทศทั่วโลกอัดฉีดทั้งนโยบายการเงินและการคลัง ส่วนยุโรปปีนี้จะมีการใช้นโยบายการคลังมากขึ้นคาด 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้มีเงินในระบบสูงมาก ผลที่ตามมาจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ค่าเงินลดลง ฉะนั้นควรโยกไปลงทุนสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนมากขึ้น โดยออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไปพันธบัตรที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น (High Yield) หรือลงทุนหุ้น ธีมเทคโนโลยีและเฮลท์แคร์ ซึ่งในสหรัฐมีบริษัทเทคโนโลยี และมีอยู่ใน Asia Emerging

ธีม Globalizton Rewired ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนจะยังมีต่อไปแต่สถานการณ์ดีขึ้น โดยแนะนำลงทุนประเทศจีนที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโลกเติบโต Global Trade ฟื้นตัวอย่ารวดเร็ว จากจีนควบคุมโควิดได้ดี ดีมานด์ในประเทศฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจใกล้กลับสู่ปกติอีกครั้ง และมองว่าประเทศที่ควบคุมโควิดได้ดีจะฟื้นตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ กลุ่ม Asia Emerging คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และจะแซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโต 6% ต่อปี ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเติบโตไม่ถึง 2% ต่อปี และยิ่งมีโควิดมากระทบทำให้ส่วนต่างของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น คาดว่าในปี 2028 เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐ จากเดิมคาดว่าจะแซงได้ในปี 2030-2034

ธีม Turbocharged Transformations เทรนด์ต่างๆ เร่งตัวขึ้น เห็นได้ชัดเรื่องเทคโนโลยีที่ได้รับผลดีจากการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้น , เทรนด์ ESG หรือการเติบโตอย่างยั่งยืนมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เช่นการลด โลกร้อน เพราะฉะนั้นการลงทุนในอนาคตจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้มากขึ้น บริษัทที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีภาระต้องจ่ายมากขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไร และหันมาลงทุนอุตสาหกรรมปล่อยคาร์บอนน้อย

นายธณาพล แนะนำลงทุน กลุ่มเทคโนโลยีและเฮลธ์แคร์เติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ย กลุ่มเทคโนโลยีเชื่อมต่อ 5G ซึ่งเพิ่งเริ่มจะยกระดับเทคโนโลยีทั้งหมดจะเป็นบวกในระยะยาว ขณะที่ลงทุนพันธบัตรรัฐบาลในกลุ่มประเทศ Emerging Market ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีราว 4-5% ส่วนพันธบัตรในกลุ่มประเทศ Emerging Market ในสกุลเงินท้องถิ่นก็น่าสนใจ

ส่วนที่ลดน้ำหนักการลงทุน ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาลในระยะยาวไม่น่าสนใจ เพราะอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำอีกนาน แต่ระยะสั้นก็ยังถือได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ