SAMART เผย Q1/64 รายได้หดจาก Q1/63 รับพิษโควิดแต่เห็นสัญญาณบวกจาก Q4/63

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 12, 2021 09:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/64 กลุ่มบริษัทสามารถมีรายได้รวม 1,845 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างเต็มที่

แต่เมื่อเทียบกับผลประกอบการไตรมาส 4/63 พบว่าบริษัทมีผลประกอบการรวมที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในทิศทางบวก ทั้งในส่วนของธุรกิจ ICT Solutions และธุรกิจ Samart Digital โดยในเดือน พ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาโครงการใหญ่ของทั้งสองสายธุรกิจ

ทั้งนี้ SAMART รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/64 ขาดทุนสุทธิ 68.59 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.07 บาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 38.35 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.04 บาท

  • ธุรกิจ ICT Solution ในไตรมาส 1/64 มีการเซ็นสัญญาโครงการใหม่ มูลค่ารวม 1,331 ล้านบาท อาทิ โครงการติดตั้งอุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมมูลค่า 380 ล้านบาท และสัญญาซื้อขายชุดเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ Cyber Intelligence มูลค่า 189 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมีมูลค่าโครงการในมือรวม 6,872 ล้านบาท และตั้งเป้าทั้งปีจะเซ็นสัญญาโครงการใหม่อีกราว 8 พันล้านบาท หนึ่งในโครงการเป้าหมายหลัก คือ โครงการระบบ AMI (Advance Metering Infrastructure) หรือ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการวัดค่าพลังงานไฟฟ้าขั้นสูง ซึ่งจะช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ธุรกิจ Samart Digital นอกจากธุรกิจการให้บริการดิจิทัลทรังก์เรดิโอ (Digital Trunked Radio System) ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายฐานลูกค้าในครอบคลุมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐหลายแห่ง ล่าสุด บริษัทยังได้เปิดตัวบริการใหม่ ด้าน Mobile Security Application ในนาม "ปกป้อง" ทั้งนี้ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิตอล อีกทั้ง ยังเตรียมการเปิดตัว HoroWorld บริการโหราพยากรณ์ครบวงจรออนไลน์เต็มรูปแบบผ่าน Mobile Application ในเร็วๆนี้
  • สายธุรกิจ Samart U-Trans โดยบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด หรือ (CATS) ที่ทำธุรกิจด้านการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การเดินทางด้วยเครื่องบินลดลง ทำให้ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง แต่เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง กลุ่มธุรกิจนี้จะกลับมาสร้างรายได้หลักให้แก่กลุ่มสามารถอย่างแน่นอน ซึ่งไม่เพียงเท่านั้นในประเทศกัมพูชาเองก็มีการเตรียมพร้อมด้านการท่องเที่ยว โดยมีการปรับปรุงสนามบินเก่าและสร้างสนามบินใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ Darasakor , New Siem Reap และ New Phompenh Airport ซึ่งจะมีสนามบินที่ทันสมัยติด 1 ใน 10 ของโลกด้วย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 5 ปี ที่สำคัญ คือ CATS จะเป็นผู้ให้บริการระบบวิทยุการบินในทุกสนามบินอีกด้วย
"บริษัทใช้เวลาหลายปีในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยเน้นที่การพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจหลังโควิด ซึ่งผมเชื่อว่าหลังวิกฤตครั้งนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย และจะส่งผลบวกต่อการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง"นายวัฒน์ชัย กล่าว

นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า ด้านโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท จากการศึกษาถึงความจำเป็น และความต้องการของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาคุณภาพบริการประชาชน ตลอดจนข้อจำกัดในการลงทุนของแต่ละหน่วยงาน จึงเป็นที่มาของการนำเสนอรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจ B2G2C โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนพัฒนาและติดตั้งระบบให้ก่อน จากนั้นค่อยทยอยรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งค่าบริการที่เกิดขึ้นภายหลัง

รูปแบบธุรกิจนี้ได้นำไปใช้แล้วในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสินค้าเบียร์ที่ผลิตในประเทศของกรมสรรพสามิต หรือ Direct Coding ที่บริษัทได้เซ็นสัญญาไปเมื่อปีที่ผ่านมา มูลค่ากว่า 8 พันล้านบาท เป็นระยะสัญญา 7 ปี โดยจะเริ่มใช้งานในช่วงเดือนก.ค.นี้ ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศต่อไป

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Direct Coding ที่ใช้ในโครงการนี้ ยังสามารถต่อยอดไปใช้กับการเก็บภาษีสินค้าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสุรา น้ำผลไม้ จนถึงน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ