CI ศึกษาออกโทเคนชัดเจนในปีนี้,เลื่อนแผนขาย BABA Beach หัวหินเฟส 2 เข้า REIT

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday May 20, 2021 16:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ (CI) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางในการออกเหรียญ Cryptocurrency หรือดิจิทัลโทเคน ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันประเภทโรงแรมและอาคารสำนักงาน เพื่อระดมทุนเงินทุนนำเงินรองรับมาการพัฒนาโครงการในอนาคต

ปัจจุบันบริษัทยังมีสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรมและอาคารสำนักงานที่เป็นของบริษัทเอง จึงมองเห็นโอกาสในการที่ใช้การระดมทุนผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อมารองรับการพัฒนาโครงการ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของการออกเหรียญดิจิทัลดังกล่าวคาดว่าจะมีนำสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรมหรืออาคารสำนักงาน 1-2 โครงการเข้าเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันโทเคนดังกล่าว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า

"เรามองโอกาสการที่ Digital asset ที่มีความนิยมมากขึ้น และมีการคนเข้ามาลงทุนกันมาก ซึ่งเป็นแนวทางที่เราสนใจนำสินทรัพย์ของเรา อาจจะเป็นโรงแรมหรืออาคารสำนักงานเข้าไปในการออกคริปโทฯ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่บริษัทสามารถระดมทุนนำเงินมาต่อยอดการพัฒนาโครงการใหม่ๆได้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังศึกษาอยู่ อาจจะอีก 4-5 เดือนกว่าจะชัดเจน"นายสงกรานต์ กล่าว

ขณะที่การนำสินทรัพย์ของบริษัทเสนอขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา (SRIPANWA) ในปี 64 นั้นจะเลื่อนออกไป โดยที่เดิมวางแผนจะนำโรงแรม BABA Beach Club หัวหิน เฟส 2 มูลค่า 1.5 พันล้านบาท ขายเข้ากอง SRIPANWA ในปีนี้ แต่จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้เลื่อนแผนการเสนอขายออกไป 1 ปี เป็นปี 65

ส่วนการเข้าบริหารโรงแรมที่เกาะไหหนาน ประเทศจีน ได้เลื่อนเปิดให้บริการออกไปเป็นปลายปี 64 จากเดิมที่จะเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 64 เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวยังไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ และการตกแต่งโรงแรมมีความล่าช้าไปจากแผนเล็กน้อย แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ในจีนที่เริ่มคลี่คลายลงมากแล้ว ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศจีนเริ่มกลับมา และเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการที่โรงแรมจะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 64 ได้

ด้านธุรกิจโรงแรมของบริษัทนั้นปัจจุบันถือว่ายังได้รับแรงดดันจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ตและพังงา อัตราการเข้าพักในปัจจุบันถือว่าน้อยมาก เนื่องจากทั้ง 2 จังหวัดเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก และการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 3 ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวของคนในประเทศหยุดชะงักไปด้งบ ส่งผลให้โรงแรมในภูเก็ตและพังงาได้รับผลกระทบมาก

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากภูเก็ตมีการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 มากขึ้น และสามารถเริ่มเปิดแซนด์บ๊อกซ์ได้ทัน 1 ก.ค.นี้ เพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามา เชื่อว่าการท่องเที่ยวภูเก็ตจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นในช่วงเดือน ส.ค.หรือก.ย.เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยหนุนให้โรงแรมในภูเก็ตและพังงาของบริษัทกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้ด้วย

ส่วนโรงแรมในหัวหินยังถือว่ายังมีอัตราการเข้าพักได้ในระดับที่ดีต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากเป็นจังหวัดที่คนกรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนตัวได้ และเป็นหัวเมืองที่คนในประเทศนิยมท่องเที่ยวกันมาก แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 3 ขึ้นเกิดผลกระทบไปบ้าง แต่เชื่อว่าหากโควิด-19 รอบ 3 เริ่มคลี่คลายลงชัดเจนแล้ว คาดว่าการท่องเที่ยวหัวหินจะกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

*มั่นใจปีนี้ผลงานดีกว่าปีก่อนโครงการบ้านหรูขายดี

ขณะที่ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายของบริษัท ยังถือว่าทำยอดขายและรายได้ได้อย่างดีมาตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ (Super Luxury) ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญในการมองหาบ้านเดี่ยวที่มีความปลอดภัย มีพื้นที่ใช้สอยมีสวนและมีฟังก์ชั่นภายในบ้านตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ซึ่งจะเห็นได้จากยอดขายของโครงการบ้านเดี่ยวที่บริษัทขายมาต่อเนื่องทั้ง 2 โครงการ สามารถทำยอดขายได้อย่างดี ได้แก่ โครงการอิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 ซึ่งเป็นบ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่จำนวน 20 หลัง สามารถทำยอดขายได้แล้วในปัจจุบัน 70% และโครงการบ้านอิสสระ บางนา ซึ่งมีการเปิดขายในเฟสแรกจำนวน 25 หลัง สามารถทำยอดขายได้แล้ว 60%

ขณะเดียวกันยังมีการจัดแคมเปญใหญ่ "Mid Year Sale ทุกโครงการลด 50%" ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพในราคาและเงื่อนไขที่จับต้องได้ อีกทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไควิด-19 ซึ่งแต่ละโครงการได้นำเสนอโปรโมชั่นเด็ดๆ สำหรับลูกค้า เช่น โครงการดิ อิสสระ เชียงใหม่ จัดโปรฯ " มอบส่วนลด 50% 1 ห้องนอน 35 ตร.ม.ห้องชั้นสูง วิวสวย" โครงการ บลูไดมอนด์ ชะอำ-หัวหิน ลดทันที 50% หรือจะเป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง โครงการ ดิ อิสสระ สาทร จัดโปรฯ "ลดเงินดาวน์ 50%" บ้านหรูใจกลางเมือง อย่างโครงการ อิสสระ เรสซิเดนซ์ พระราม 9 มาด้วยโปรโมชั่น "ซื้อบ้านวันนี้ ลดบ้านหลังที่สอง 50%" ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่แรงสุดๆ

สำหรับแคมเปญ "Mid Year Sale ทุกโครงการ ลด 50%" เริ่มในวันที่ 1 มิ.ย. 64 เพื่อระบายสต็อก สร้างยอดขายและรายได้ให้กับบริษัท ซึ่งทำให้ยอดขายและรายได้ของธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายในปีนี้เติบโตได้เท่าตัวจากปีก่อน และช่วยหนุนภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 64 สามารถทำได้ดีกว่าปีก่อนเล็กน้อย แม้ว่ายังมีปัจจัยจากโควิด-19 กดดัน

นอกจากนี้บริษัทยังมีการเตรียมความพร้อมเปิดตัว Wellness Serviced Condo โดยนำร่องโครงการบลูไดมอนด์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาณาจักรทิวทะเลเวิลด์ ชะอำ-หัวหิน จะเน้นการให้บริการ เช่น ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี บริการ Wellness Service Package โดยศรีพันวา เช่น บริการนวดผ่อนคลาย บริการสปาบำบัด เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีห้องพยาบาลส่วนกลาง บริการรองรับและช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ First Aid, CPR และ AED Service บริการจัดการฝึกอบรม ฟื้นฟู เพิ่มเติมความรู้ทักษะ ส่งเสริมด้านการดูแลสุขภาพให้กับผู้พักอาศัย บริการให้คำแนะนำ และติดต่อประสานงาน (Health & Concierge Service) เช่น ประสานรถพยาบาล จัดหานักกายภาพ พยาบาลพิเศษ รวมถึงบริการมุมออกกำลังกาย มุมสันทนาการ และพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ เพื่อเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท และจะมีการซื้อที่ดินย่านลาดกระบังเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาเป็นโครงการ Wellness Serviced Condo แห่งใหม่ในกรุงเทพฯอีกโครงการ

สำหรับแผนการออกหุ้นกู้ของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังจะไม่มีการออกหุ้นกู้ชุดใหม่แล้ว หลังจากที่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเสนอขายหุ้นกู้ มูลค่า 950 ล้านบาท อายุ 2 ปี 11 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.70% ต่อปี ไปแล้ว แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระคืนให้แก่ผู้ถือหน่วย วงเงินรวม 700 ล้านบาท บริษัทเตรียเงินรองรับในการชำระคืนหุ้นกู้ชุดดังกล่าวที่จะครบกำหนดชำระคืน และไม่มีการออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาทดแทน

นายสงกรานต์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยจะกระทบหนักในส่วนของตลาดระดับกลางลงไป เพราะกำลังซื้อถดถอยอย่างมาก แต่บริษัทมองว่าหากภาครัฐมีการแก้มาตรการทางกฎหมายในการเปิดทางให้ชาวต่างชาติ สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นบ้านแนวราบระดับราคา 10-15 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมขยายเพดานซื้อคอนโดมิเนียมเป็น 70-80% จาก 50% รวมถึงขยายสิทธิการเช่าจาก 30 ปี เป็น 40-50 ปี ก็ถือเป็นอีกโอกาสสำคัญที่จะช่วยดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้กลับมาฟื้นตัวได้เร็วต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ