CONSENSUS: โบรกฯเชียร์ ซื้อ GULF เล็งผลงาน Q3/64 ทำนิวไฮ-รับรู้ปันผลจากลงทุน INTUCH

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 13, 2021 13:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกฯ แนะซื้อหุ้น บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เล็งผลประกอบการไตรมาส 3/64 ทำ New High จากการรับรู้รายได้ในรูปเงินปันผล หลังเข้าลงทุนในบมจ.อินทัช (INTUCH) ในสัดส่วน 42.25% และจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเข้ามาในไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป

โดยการ Synergy ร่วมกับ INTUCH, ADVANC และ THCOM นั้น GULF มองเป็น Digital infrastructure ที่จะช่วยให้ GULF ขยายการเติบโตในธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น Smart meter, Smart grid, Data center บน Location ที่เป็นโรงไฟฟ้าของ GULF

อีกทั้ง GULF ก็อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่จำนวนมากที่จะมาช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว เช่น การดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยขยายพอร์ตให้กับบริษัทฯ ได้มากขึ้นในอนาคต

ราคาหุ้น GULF ปิดภาคเช้าอยู่ที่ 38.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท (+0.66%) ขณะที่ดัชนี SET ลบ 0.62 จุด

          โบรกเกอร์                คำแนะนำ             ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          กสิกรไทย                   ซื้อ                       42.75
          หยวนต้า (ประเทศไทย)        ซื้อ                       40.75
          เอเซีย พลัส                 ซื้อ                       40.50
          บัวหลวง                    ซื้อ                       47.00
          แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์         ซื้อเก็งกำไร                   43.58
          เคทีบีเอสที                  ซื้อ                       40.00

น.ส.อรมงคล ตันติธนาธร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน GULF กำลังพัฒนาโครงการใหม่จำนวนมากที่จะมาช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว เช่น การดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยขยายพอร์ตให้กับบริษัทฯ ได้มากขึ้นในอนาคต

ทางฝ่ายยังได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64-66 ขึ้น 10%, 22% และ 22% ตามลำดับ สะท้อนการลงทุนใน INTUCH เพิ่ม ซึ่งส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH คิดเป็น 17-24% ของกำไรของ GULF

ขณะที่แผนหลังจากการเข้าซื้อหุ้น INTUCH แล้วเสร็จ ภายหลังจากการประชุมนักวิเคาระห์ในช่วงที่ผ่านมา GULF ก็ไม่ได้มีการตอบรับชัดเจนว่าจะซื้อหุ้น INTUCH เพิ่ม หรือยังคงถือในระดับเดิม เพียงแค่ตอบว่ายังคงพอใจกับสัดส่วนการถือหุ้นในปัจจุบัน ที่ 42.3% แต่เมื่อดูตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) GULF ยังสามารถลงทุนใน INTUCH ได้ ภายใน 1 ปี โดยซื้อได้ไม่เกิน 50% ในราคาไม่เกิน 65 บาท/หุ้น (Tender Offer)

ทั้งนี้ภาพในระยะสั้น GULF ต้องการเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปของเงินปันผลกลับมามากขึ้น เพื่อชดเชยกับเงินที่ได้ลงทุนไป ซึ่งปัจจุบัน GULF น่าจะได้ที่นั่งเป็นคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ของ INTUCH แล้วราว 4 คน ซึ่งอาจจะช่วยเร่งให้ได้ผลตอบแทนกลับเข้ามาจากการลงทุนในรอบนี้

นอกจากนี้ GULF ยังอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ตรวจสอบบัญชี (Auditor) ถึงการ Consolodate Balance Sheet ของ INTUCH เข้ามา ซึ่งหากมีการบันทึกงบการเงินเข้ามาได้จะส่งผลให้ Net D/E ลดลงมาอยู่ที่ 1.7-1.8 เท่า จากปัจจุบัน อยู่ที่ 2.5 เท่า ทำให้อัตราส่วนการกู้ยืม (Gearing) ของบริษัทมีพื้นที่ว่างมากขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 60,000-80,000 ล้านบาท ไปเป็น 120,000 ล้านบาท ซึ่ง Room ดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาโครงการอื่นๆ ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตามในส่วนนี้จะเป็นแผนระยะสั้นที่บริษัทพยายามจะดึง Cash Flow กลับมา

ส่วนแผนการดำเนินงานในระยะยาว หรือ Long Term ที่จะทำร่วมกันกับ INTUCH ทาง GULF ก็มีแผนที่จะทำธุรกิจในลักษณะ B2C เนื่องด้วยภาพของการซื้อขายไฟฟ้า (Trending) เทรนต่อไปจากนี้ ภาครัฐน่าจะมีการเปิดเสรีให้ทางไพเวทโอเปอเรเตอร์เข้ามา Operate ในส่วนของระบบสายส่งมากขึ้น รวมถึงการติดตั้งสมาร์ทกริด (Smart Grid), มาตรวัดไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart meter) ซึ่งการที่มี 5G จาก INTUCH เข้ามาร่วมกับธุรกิจเดิมของ GULF ก็น่าจะเป็น Potential Synergy อันหนึ่งที่น่าได้เห็น อีกทั้งยังพยายามเข้าไปในธุรกิจดาต้าเซนเตอร์ด้วย

สำหรับแผนการลงทุนในธุรกิจที่เป็นดิจิทัลอินฟราสตรัคเจอร์ เหมือนกับ INTUCH ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าอาจจะไม่มีให้เห็นแล้ว โดย GULF จะกลับไปโฟกัสธุรกิจพลังงาทดนแทน โดยเฉพาะ Renewable energy ซึ่งก็ได้มีการกำหนดเป้าหมายในระยะยาวที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน จากเดิม 30% เป็น 50% ของพอร์ตฟอลิโอทั้งหมด ในปี 73 จากคาดการณ์ที่ 18% ในปี 64

พร้อมกันนี้การจะทำให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ อาจจะเห็นการเพิ่มเมกะวัตต์ในส่วนนี้เข้ามาอีก 5,000 เมกะวัตต์ โดยจะมาจาก 2 ส่วน คือ โอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการภาครัฐ เนื่องจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ภาครัฐมีความต้องการจะเพิ่ม Renewable เข้ามามากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 17,000-18,000 เมกะวัตต์ รวมถึงการขยายเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น ยุโรป และในเอเชีย โดยในเอเชีย จะเน้นในประเทศลาวและเวียดนามมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะสนับสนุนการเติบโตของ GULF ในระยะยาว

ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการของ GULF ที่จะทำ New high ในไตรมาส 3/64 และต่อเนื่องในไตรมาส 4/64 และยังมีโอกาสในการปรับประมาณการกำไรขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 3-4 บาท/หุ้น จากราคาเป้าหมายปัจจุบันที่ 40.75 บาท

ทั้งนี้ การทำสถิติสูงสุดใหม่จะมาจากการรับรู้รายได้ในรูปเงินปันผลจากการเข้าลงทุนใน INTUCH ในสัดส่วน 42.25% และจะเริ่มรับรู้ในรูปแบบส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป ขณะที่โอกาสในการรวมงบ การเงิน (Consolidate) ก็ยังมีโอกาสขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตรวจสอบบัญชีหากพิสูจน์ถึงการมีอำนาจในการควบคุมกิจการ ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันทั้งสัดส่วนการถือหุ้น และสัดส่วนกรรมการบริษัท ซึ่งวิธีนี้จะมีผลบวกต่องบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) ทำให้ Net IBD/E ลดลงเหลือ 1.8 เท่า จากปัจจุบันที่ 2.5 เท่า ทำให้สามารถกูเพิ่มได้อีก 1.2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่ 6-8 หมื่นล้านบาท จึงจะทำให้ IBD/E ถึง Debt covenant ที่ 3.5 เท่า

แผนการดำเนินงานจากนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันอาจมีการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศอีกอย่างน้อย 1 โครงการในปีนี้ ขนาดไม่น้อยกว่า 300-400 เมกะวัตต์ และคงไม่ลงทุนในธุรกิจที่เหมือนกับ INTUCH เพิ่มเติมอีก ส่วนในประเทศจะเน้นพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อตอบรับนโยบายใหม่ของกระทรวงพลังงาน โดยตั้งบริษัททย่อยดูแลเรื่องนี้โ ดยเฉพาะ

ส่วนการลงทนุใน INTUCH เพิ่มเติม มีโอกาสซื้อเพิ่มได้ภายใน 1 ปี แต่จะต้องไม่เกิน 49.99% และต้องไม่เกิน 65.00 บาท และหากแตะระดับ 45% จะต้องแจ้งตลาดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามการ Synergy GULF มอง INTUCH, ADVANC และ THCOM เป็น Digital infrastructure จะช่วย GULF ขยายการเติบโตในธุรกิจที่บริษัทสนใจ เช่น Smart meter, Smart grid, Data center บน Location ที่เป็นโรงไฟฟ้าของ GULF อยู่แล้ว และการบริหารท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 แบบ Full automation ที่ไม่มีความจำเป็นในการใช้แรงงานคน

บริษัทมีแผนใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ของกลุ่ม INTUCH ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างกระแสเงินสดกลับมายัง INTUCH และ GULF ที่มากขึ้น

ด้านบล.บัวหลวง ระบุว่า ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการพัฒนาธุรกิจของ GULF และหากบริษัทประกาศการเข้าลงทุนในโครงการใหม่ๆ อื่นๆ ก็อาจจะส่งผลให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในระยะยาว และราคาเป้าหมายได้ ทั้งนี้มุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการพัฒนาธุรกิจของ GULF ประกอบด้วย GULF กำลังก้าวมาเป็นผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานเต็มตัวโดยแบ่งเป็น 3 ธุรกิจ ได้แก่ Energy infrastructure บริษัทจะมุ่งเน้นการพัฒนากาลังผลิตใหม่ที่เป็นพลังงานสะอาด รวมทั้งนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับ เทรนด์ของโลก และแผนด้านพลังงานระยะยาวของประเทศไทย ทั้งด้าน การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน และการเปิดเสรีไฟฟ้า

Logistic infrastructure บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะเป็นโครงการท่าเรือน้ำลึกแห่งแรกในประเทศไทย และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบการขนถ่ายสินค้า ในภูมิภาค ในอนาคต

Digital infrastructure การเข้าลงทุนใน INTUCH ถือเป็นก้าวแรก ที่สำคัญ โดยในอนาคตอาจมีความร่วมมือกันในการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เช่น data center รวมทั้งระบบ smart system ในการจัดการด้านไฟฟ้า และ logistic

นอกจากนี้การลงทุนใน INTUCH ยังช่วยส่งเสริมให้ GULF มีความแข็งแกร่งทางการเงินมากขึ้นทั้งด้านของผลประกอบการ กระแสเงินสดที่ได้รับ รวมทั้งสถานะทางการเงินในอนาคตด้วย โดย GULF อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับ Singtel ในการทำ asset optimization สำหรับ INTUCH

ต่อจากนี้ GULF จะเริ่มดำเนินการลงทุนในโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยงข้องกับ Energy infrastructure ต่อ ทั้งโครงการใหม่, โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และโครงการที่ดำเนินการแล้ว เนื่องจากสามารถเข้าลงทุนใน INTUCH ได้ตามสัดส่วนที่ต้องการแล้ว


แท็ก (INTUCH)   ADVANC   ปันผล  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ