ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดอนุพันธ์ บล.ดีบีเอส (สิงคโปร์) มองตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มอัตราเติบโตที่ดี โดยระบุว่าปัจจุบัน ตลาดอนุพันธ์ของไทยเริ่มเป็นที่จับตามองของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เพียงแต่ด้วยจำนวนสถานะคงค้าง (Open Interrest:OI) และสภาพคล่องที่ยังไม่มากพอ ทำให้ยังไม่เป็นที่สนใจของกองทุนขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น นายเอ็ดดี้ อั้ง ผู้อำนวยการตลาดอนุพันธ์ต่างประเทศ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประจำประเทศสิงคโปร์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทยว่า ตลาดอนุพันธ์ของไทย ถือว่ากำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนต่างประเทศ เพราะแม้ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายจะยังน้อย คือ มีวอลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6 พันสัญญา/วัน แต่เมื่อดูจากสถานะคงค้าง (Open Interrest:OI) ระดับหมื่นสัญญาในขณะนี้ ทั้งๆ ที่ตลาดเพิ่งจะเปิดดำเนินการได้เพียง 2 ปี ซึ่งจำนวน OI ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนมีความมั่นใจ และต้องการลงทุนในตลาดนี้อย่างจริงจังจึงตัดสินใจที่ถือสถานะข้ามวัน ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) เปิดดำเนินการซื้อขายวันแรกในวันที่ 28 เม.ย.2549 โดยมี SET50 Index Futures เป็นสินค้าตัวแรก ถือว่ามีสัญญาณที่ดี "สาเหตุที่ตลาดอนุพันธ์ของไทยมีอัตราเติบโตที่ดี เป็นเพราะไทยให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาค่อนข้างเยอะ รวมถึงผู้บริหารของตลาดอนุพันธ์ และโบรกเกอร์พยายามให้ความรู้แก่นักลงทุน ก็มีส่วนทำให้ตลาดไทยโตเร็ว"นายเอ็ดดี้ กล่าว ทั้งนี้มองว่าแนวโน้มตลาดอนุพันธ์ของไทยยังมีอัตราเติบโตที่ดี แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปกว่าที่จะมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นเหมือนอย่างตลาดอนุพันธ์ในต่างประเทศ โดยในระยะแรกคงต้องอาศัยการเข้ามาซื้อขายจากนักลงทุนรายย่อย เมื่อตลาดเริ่มมีสภาพคล่อง ก็จะเริ่มมีกองทุนหรือสถาบันขนาดเล็กและกลางเข้ามาลงทุน และเมื่อสภาพคล่องมากขึ้น สามารถเข้าออกได้ง่าย มีสินค้าหลากหลายก็คงจะเริ่มมีกองทุนหรือสถาบันขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในตลาดอนุพันธ์ของไทยในที่สุด นอกจากนี้ ยังมองว่าการเพิ่มสินค้าในตลาดอนุพันธ์ ที่ล่าสุด 29 ต.ค.นี้จะมีการเปิดซื้อขาย SET50 Index Options (ออปชั่น) หรือ อัตราดอกเบี้ยที่อาจจะเห็นในอนาคต จะช่วยให้นักลงทุนมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนวอลุ่มและสภาพคล่อง โดยเชื่อว่าการเติบโตของตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทย คงจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ผู้บริหารของตลาดวางไว้ "ถึงตอนนี้ตลาดอนุพันธ์ของไทยจะมีสินค้าเพียงตัวเดียว คือ SET50 Index Futures แต่วอลุ่มการซื้อขายก็อยู่ในระดับที่ดี เพราะอย่างตลาดในบางประเทศกว่าจะมีวอลุ่มในระดับนี้ต้องใช้เวลา 5-6 ปี และหากมีการนำสินค้าเข้ามาซื้อขายเพิ่มในอนาคต เช่น SET50 Index Options หรือสินค้าอ้างอิงประเภทอื่นๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย ซึ่งอ้างอิงกับตราสารหนี้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายมากขึ้น"นายเอ็ดดี้ กล่าว สำหรับ ดีบีเอส วิคเคอร์ส สิงคโปร์ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดอนุพันธ์ที่ประเทศสิงคโปร์อยู่ในอันดับต้นๆ จากจำนวนโบรกเกอร์ที่ทำธุรกิจตลาดอนุพันธ์ประมาณ 30 ราย ขณะที่บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเทศไทย ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 1.45%