CONSENSUS: โบรกฯเชียร์ ซื้อ AEONTS ผลงานแจ่มหลังคลายวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล-บัตรเครดิต

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 27, 2021 14:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ฯต่างเชียร์ "ซื้อ" หุ้นบมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) (AEONTS) เล็งผลบวกจากการผ่อนคลายเพดานการให้วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาเป็น 2 เท่า จากเดิมที่ 1.5 เท่า ในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน หนุน AEONTS มีโอกาสปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อการขยายตัวของสินเชื่อ ดันกำไรปีนี้เติบโตได้ดีขึ้น

หากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายขึ้น และกลับมาเปิดเมืองได้เต็มที่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เป็นต้นไป จะส่งผลบวกต่อภาพรวมของผลการดำเนินงานของ AEONTS ในช่วงครึ่งหลังปี 64/65 ที่สินเชื่อมีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้นจากการจับจ่ายใช้สอย

นอกจากนี้ เป็นหุ้นที่ยัง Laggard และมี Valuation ไม่แพงมาก

หุ้น AEONTS ปิดเช้าที่ 201 บาท เพิ่มขึ้น 8.50 บาท (+4.42%) ขณะที่ดัชนี SET ปิดเช้าบวก 8.83 จุด

          โบรกเกอร์              คำแนะนำ                 ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          ฟิลลิป                    ซื้อ                              269
          เมย์แบงก์ กิมเอ็ง           ซื้อ                              260
          ทิสโก้                    ซื้อ                              260
          กสิกรไทย                 ซื้อ                              244
          เคจีไอ                   ซื้อ                              230
นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับสินเชื่อรายย่อยในกลุ่มสินบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีปรับเพดานวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน เป็น 2 เท่า จากเดิมที่ 1.5 เท่า ส่งผลบวกกับ AEONTS ค่อนข้างมาก เนื่องจาก AEONTS มีฐานลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ค่อนข้างมาก ในสัดส่วนมากกว่า 50% ซึ่งจะทำให้กลุ่มลูกค้าบางรายของ AEONTS ในกลุ่มดังกล่าวได้รับการปล่อยวงเงินสินเชื่อมากขึ้นตามการพิจารณาของบริษัท

โดยปัจจัยที่มาจากการปรับมาตรการของธปท.เป็นแรงหนุนให้กับสินเชื่อที่จะเติบโตขึ้นได้อีก 5-6% จากการปรับเพิ่มเพดานวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อ และส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก 10%. จากการปรับมาตรการดังกลาว แต่จะเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปรายไตรมาส และหากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น ทำให้เริ่มกลับมาเปิดเมืองได้ในไตรมาส 4/64 จะส่งผลบวกต่อยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ฟื้นตัวกลับมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ ทำให้ AEONTS จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองด้วย

ด้านนายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า AEONTS ถือว่าได้รับประโยชน์จากการปรับมาตรการของธปท.ค่อนข้างมาก ทั้งในส่วนของการขยายเพดานสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมาเป็น 2 เท่า สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ทำให้ฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ของ AEONTS ได้ประโยชน์ในการได้สินเชื่อมากขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นผลบวกในการที่ลูกค้าบางรายอาจจะมีความจำเป็นในการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่ยังมีการล็อกดาวน์อยู่

ขณะที่ AEONTS ยังมีการขยายธุรกิจในการให้สินเชื่อดิจิทัล ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม BTS ซึ่งตามมาตรการของธปท.ได้ขยายเพดานวงเงินปล่อยสินเชื่อมาเป็น 40,000 บาท/ราย จากเดิมที่ 20,000 บาท/ราย ทำให้มีโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่กู้ยืมสินเชื่อนอกระบบ เป็นผลบวกต่อทิศทางการกลับมาเติบโตของสินเชื่อได้ในงวดปี 64-65 ได้ แม้ว่าในช่วงไตรมาส 1/64-65 สินเชื่อยังออกมาหดตัวลงเล็กน้อย และเป็นบวกต่อกำไรของ AEONTS ที่คาดว่าจะเติบโตได้ราว 10% จากปีก่อน

ส่วนนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า AEONTS ยังถือเป็นหุ้นที่ยัง Laggard จากกลุ่มฯอยู่ จากการที่ราคายังไม่ขยับขึ้นมาก และยังมี Valuation ที่ถูกในกลุ่ม Non-Bank อีกทั้งหากมองในเรื่องการผ่อนคลายของธปท.ที่ขยายเพดานเงินให้สินเชื่อบัตรเครดิตละสินเชื่อส่วนบุคคลกับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า ทำให้ AEONTS จะได้รับประโยชน์ในส่วนของโอกาสที่จะให้สินเชื่อในกลุ่มลูกค้าดังกล่าวได้มากขึ้น เพราะเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของ AEONTS ที่มีการใช้บริการสินเชื่อใรสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ต

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเห็นผลบวกจากการผ่อนคลายของธปท.ในช่วงครึ่งปีหลังตามงบประจำปีของ AEONTS ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า หากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศคลี่คลายลงมากขึ้น และกลับมาเปิดเมืองอย่างเต็มที่ ทำให้การขอใช้วงเงินสินเชื่อในช่วงปลายปี และยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตก็จะลับมาในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ซึ่งจะทำให้สินเชื่อมีโอกาสกลับมาเห็นการฟื้นตัวได้ 6-8% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดว่าเติบโต 5% และเป็นบวกต่อกำไรในปี 64 ที่เติบโตได้ราว 11-12% จากปีก่อน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ