ภาวะตลาดหุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นตามดาวโจนส์ บอนด์ยีลด์-น้ำมันร่วงลดแรงกดันเงินเฟ้อ

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 8, 2022 09:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสและนักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสที่จะปรับตัวในทิศทางเดียวกับดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงอาจจะส่งผลให้ความกังวลลดลงต่อเงินเฟ้อชะลอตัว ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) ปรับตัวลดลง ซึ่งจะหนุนหุ้นในกลุ่มเติบโต (Growth Stock) ให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นได้

พร้อมให้แนวต้านที่ 1,650 จุดและ แนวรับ 1,630 จุด

บล.ไอร่า คาดตลาดวันนี้ Sideway up มองแนวรับที่บริเวณ 1,635/1,630 และแนวต้านที่บริเวณ 1,644/1,650 คาดตลาดจะเริ่มผ่อนคลายความกังวลจากแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงไปยาวนาน หลังเมื่อคืนนี้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง คาดจะกดดันทิศทางราคาน้ำมัน-หุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงถ่วงทิศทางตลาดหุ้นไทยได้บ้าง แต่จะลดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อที่มีโอกาสอ่อนตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ ช่วยผ่อนคลายความกังวลเกี่ยวกับการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นระยะเวลานานของ FED สอดคล้องกับ Dollar Index เริ่มอ่อนตัวลงหลังขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 110.78 จุด รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US Bond Yield) อ่อนตัวลงเช่นกัน คาดจะกระตุ้นทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงแกว่งตัวขึ้นได้ และเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC และ GULF)

แนะนำติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 8 ก.ย. นี้ คาดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจยุโรปในปัจจุบันยังมีความเปราะบางมากก็ตาม คาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว-ถดถอย เป็นปัจจัยกดดันทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงได้บ้าง แต่คาดจะกระตุ้นค่าเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นได้ในระยะสั้น กดดัน Dollar Index อ่อนตัวลงได้เช่นกัน

ในส่วนของปัจจัยในประเทศแนะนำติดตามการนัดประชุมด่วนของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาคดีวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คาดความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจเป็น Noise เข้ารบกวนตลาดได้บ้าง อย่างไรก็ดียังคงมีมุมมองให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังมากขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในโซนใกล้ระดับ 1,640 จุด ซึ่งถือเป็นโซนที่ Valuation ของตลาดในปัจจุบันจะเริ่มตึงตัวมากขึ้น โดย Forward PE เริ่มปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 16 เท่า อยู่ในระดับ -0.5 S.D. ในปีนี้ คาดจะจำกัด Upside ระยะสั้นของหุ้นไทยได้บ้างในระยะสั้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ