(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ กลับมากังวลเงินเฟ้อหลังโอเปกพลัสลดกำลังผลิตครั้งใหญ่

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday October 6, 2022 09:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ เป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย หลังดัชนีฯ ปรับตัวขึ้น 2 วันติดต่อกัน ทำให้มีการชะลอความร้อนแรงลงมาบ้าง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หลังที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือ โอเปกพลัส มีมติปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วันสำหรับเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดของโอเปกพลัสนับตั้งแต่ปี 63 และเป็นการปรับลดกำลังการผลิตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลเงินเฟ้ออีกครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ก็กลับมาฟื้นตัวขึ้น

ให้แนวรับไว้ที่ 1,575 จุด และแนวต้าน 1,590 จุด

ขณะที่ บล.กรุงศรี ประเมิน SET แกว่งตัว 1,570 - 1,590 จุด ดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังโอเปกพลัสปรับลดกำลังการผลิต 2 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพ.ย. รวมถึงแรงซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อย่างไรก็ตามตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐเดือนก.ย. ที่พุ่งขึ้นมากกว่าคาดอาจทำให้ FED ยังคงเร่งขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ประกอบกับแรงขายทำกำไรระยะสั้นจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัวลง

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (5 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,273.87 จุด ลดลง 42.45 จุด หรือ -0.14%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,783.28 จุด ลดลง 7.65 จุด หรือ -0.20% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,148.64 จุด ลดลง 27.77 จุด หรือ -0.25%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,137.98 จุด เพิ่มขึ้น 17.45 จุด หรือ +0.06%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 18,100.48 จุด เพิ่มขึ้น 12.51 จุด หรือ +0.07% ส่วนตลาดหุ้นจีนปิดทำการวันที่ 3 - 7 ต.ค. เนื่องในวันชาติ
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (5 ต.ค.65.) ที่ระดับ 1,580.27 จุด เพิ่มขึ้น 2.27 จุด, +0.14%
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 127.64 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ต.ค.65
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.(5 ต.ค.) เพิ่มขึ้น 1.24 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 87.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 2565
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ต.ค.) อยู่ที่ 2.36 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 37.39 ทรงตัวจากวานนี้ ตลาดรอตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ศุกร์นี้-จับตา Flow
  • "เงินเฟ้อ" ก.ย.แตะ 6.41% ผลจากราคาพลังงานทรงตัว คาดไตรมาส 4 ชะลอตัวตาม ราคาน้ำมันดิบ ราคาอาหาร ชี้มาตรการรัฐช่วยดูแล ค่าครองชีพ ด้าน นักเศรษฐศาสตร์ยังห่วงตัวเลขเงินเฟ้อ แม้ส่งสัญญาณพ้นจุดสูงสุด แต่เชื่อยังทรงตัวระดับสูง แนะจับตา "เงินเฟ้อพื้นฐาน" หวั่นกระจายตัวทำเงินเฟ้อหยั่งรากลึก กกร.ห่วงเงินบาทอ่อนค่า กระทบนำเข้าพลังงาน ดันเงินเฟ้อทรงตัวสูง
  • "กกร." ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 65 หลังส่งออก-ท่องเที่ยวหนุน โดยขยับจีดีพีโตเป็น 3-3.5% เป้าส่งออก 7-8% ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 6-6.5% มั่นใจปี 66 มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 4% มองท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อม เตรียมหารือ CEO รายกลุ่มธุรกิจถกเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศรับมือปี 66 หลังไทยร่วงไป 5 อันดับ
  • นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งกลับมาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังหยุดปฏิบัติหน้าที่ไป 4 สัปดาห์ ได้กล่าวว่า รัฐบาลนี้จะไม่เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาท เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยนโยบาย ให้เป็นการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และให้กระทรวงการคลังสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับธปท.
  • รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2566 กระทรวงจะเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางราง เส้นทางใหม่ๆ อีก 14 โครงการใหญ่ ต่อเนื่องจากการลงทุนโครงการเดิมๆ ในปีงบ 2565 ที่มีอยู่ 17 โครงการ โดยโครงการในปีงบ 2566 มีมูลค่ารวมประมาณ 500,000 ล้านบาท อาทิ โครงการมอเตอร์เวย์ ส่วนต่อขยายยกระดับอุตราภิมุข หรือดอนเมืองโทลล์เวย์ M5 ระยะทาง 22 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 28,700 ล้านบาท, โครงการวงแหวนตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง (M9) ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 56,035 ล้านบาท

*หุ้นเด่นวันนี้

  • CK (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 28 บาท คาดกำไร ไตรมาส 3/65 ที่ 455 ล้านบาท (+52%QoQ, +65%YoY) ทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส จากพัฒนาการเชิงบวกทั้ง CKP, BEM, TTW ขณะที่ Backlog จะเพิ่มสู่ 2.32 แสนล้านบาท จากการรวมงานรถไฟฟ้าสายสีส้ม และโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง เข้าสู่ S-Curve ใหม่
  • DTAC (กรุงศรี) "ซื้อ" เป้า 50.50 บาท ดักซื้อเก็งกำไร คาดสัปดาห์หน้า (12 ต.ค. 65) กสทช.ประชุมอนุมัติให้ TRUE และ DTAC ควบรวมกิจการกันได้
  • AAV (ฟินันเซีย ไซรัส) "เก็งกำไร" ราคาเป้าหมายจาก FSSIA 3.40 บาท โมเมนตัมกำไรครึ่งปีหลังปี 65 คาดฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตามการทยอยเปิดประเทศต่อเนื่องในแถบเอเชีย คาดสามารถเพิ่มเที่ยวบินต่างประเทศได้เป็น 50% เทียบกับก่อน COVID-19 ได้ภายในสิ้นปีนี้ FSSIA คาดผลการดำเนินงานปี 2565 จะขาดทุนเป็นปีสุดท้ายก่อนพลิกกำไรในปี 2566 ที่ 1.2 พันลบ. ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวและได้อานิสงส์โดยตรงจากการทยอยเปิดประเทศของฝั่งเอเชียตะวันออก รวมถึงจีนหากเริ่มเปิดประเทศปีหน้า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ