(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าลงต่อตามภูมิภาคตัวเลขศก.สหรัฐต่ำคาด ECB-BoE ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday December 16, 2022 09:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์-รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกลดลง 0.6% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมไปถึงธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ส่งสัญญาณที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้นักลงทุนกลับมาวิตกกังวลเศรษฐกิจโลกที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดปรับฐานไม่มากนักแม้จะมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง เนื่องจาก FTSE Rebalance ปรับเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงปิดตลาดเย็นวันนี้ คาดว่านักลงทุนจะเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นที่เข้าไปอยู่ใน SET50

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-บริการขั้นต้นเดือนธ.ค.ของสหรัฐที่จะออกมาในคืนนี้ด้วย

ให้แนวรับ 1,615 และ 1,610 จุด แนวต้าน 1,625 และ 1,630 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (15 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,202.22 จุด ร่วงลง 764.13 จุด หรือ -2.25%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,895.75 จุด ลดลง 99.57 จุด หรือ -2.49% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,810.53 จุด ดิ่งลง 360.36 จุด หรือ -3.23%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,706.70 จุด ลดลง 345 จุด หรือ -1.23%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 19,343.70 จุด ลดลง 24.89 จุด หรือ -0.13% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,156.14 จุด ลดลง 12.51 จุด หรือ -0.39%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (15 ธ.ค.65) 1,620.28 จุด ลดลง 13.08 จุด, -0.80%
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,259.77 ลบ.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.65
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนม.ค. (15 ธ.ค.)ลดลง 1.17 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 76.11 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (15 ธ.ค.) อยู่ที่ 10.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 35.08 อ่อนค่า ตลาดกังวลเศรษฐกิจถดถอย หลัง BoE-ECB เดินหน้าขึ้นดบ.
  • "ภากร" มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังโตเด่น แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทายที่สูงขึ้น ชูบริษัทจดทะเบียนไทย เข้มแข็ง มีจุดเด่นด้านความยั่งยืน แต่ห่วงภาษี ขายหุ้นทำสภาพคล่องหด บริษัทจดทะเบียนระดมทุนยากขึ้น เผยหารือสรรพากรแล้ว หวังทบทวนอัตราจัดเก็บใหม่ เหตุเป็นเรทที่สูงเมื่อเทียบกับค่าคอมมิชชั่นในปัจจุบัน
  • "กกพ." ประกาศค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) งวด ม.ค.-เม.ย.66 คงค่าไฟบ้านที่อยู่อาศัยเท่าเดิม 4.72 บาทต่อหน่วย ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นกระอักค่าไฟขึ้น 20.5% จ่ายที่ 5.69 บาทต่อหน่วย กกร.จ่อยื่นนายกฯทบทวน องค์การนายจ้างหวั่นเงินเฟ้อปี 66 ขยับสูง
  • ม.หอการค้าไทย คาดจีดีพีไทยปี 66 โต 3.6% อานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น คาดนักท่องเที่ยวเข้าไทย 22-24 ล้านคน โดยการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศจะกลับมาเป็นพระเอกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนส่งออกเป็นแค่ตัวประกอบโตแบบชะลอแค่ 1.2% ตามภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย
  • อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2565 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ได้ออกประกาศแจ้งผลการไต่สวนชั้นต้น (Preliminary Determination) กรณีการไต่สวนมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AC) สินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ส่งออกจาก 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา และไทย โดยระบุว่าผู้ส่งออกสินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ไทยมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีน มาประกอบเป็นสินค้าสำเร็จรูปแล้วส่งออกไปสหรัฐ เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD) ที่สหรัฐใช้บังคับกับสินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ส่งออกจากจีน
  • รายงานนโยบายการเงิน ฉบับล่าสุด เดือน ธ.ค. โดยประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยประมาณการว่าในปี 2567 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่องในอัตรา 3.9% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.2% และขยายตัว 3.7% ในปี 66 จากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเครื่องชี้เร็วภาคการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้น โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 10.5 ล้านคน และ 22 ล้านคนในปี 2565 และในปี 2566 เพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านคน เทียบประมาณการครั้งก่อนหน้าในปี 67 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ 31.5 ล้านคน หรือกลับมาได้ในอัตรา 79% จากปี 62 ที่มีนักท่องเที่ยวสูงสุด 40 ล้านคน

*หุ้นเด่นวันนี้

  • PLANB (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมายจาก FSSIA 9 บาท มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจสื่อนอกบ้านที่มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่งที่สุดจากการ Reopening และกลับมาใช้ชีวิตปกติ สะท้อนผ่านเม็ดเงินโฆษณาของสื่อนอกบ้านที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี คาดกำไรปี 2565 จะฟื้นตัวแรง +11x Y-Y จากฐานต่ำปีก่อน ขณะที่ปี 2566 คาดยังโตแข็งแกร่ง +35% Y-Y เราชื่นชอบกลุ่มสื่อนอกบ้านมากกว่าสื่อ Traditional เป็น Top Pick ของกลุ่มฯ
  • KTC (ดาโอ) เป้าเชิงกลยุทธ์ 62.50 บาท) ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (Bank และ Non-Back) เดือน ต.ค. 65 เติบโต 37.53%YoY และมากกว่าปี 2562 (Pre-Covid) กว่า 11.8% สะท้อนภาคบริโภคที่ฟื้นตัว แนวโน้มสินเชื่อปี 66 เติบโต ในทุกประเภท ประเมินส่วนเชื่อส่วนบุคคล +7%YoY ด้าน NPL อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ล่าสุด 3Q22A อยู่ที่ 2% ต่ำกว่าเป้าที่ 3.6% ด้วย
DAOL ประเมินกำไรสุทธิปี 2565-2566 ที่ 7.4 พัน ลบ. และ 8 พัน ลบ. +26%YoY, +8%YoY ตามลำดับ
  • ROJNA (กรุงศรี)"ซื้อ" เป้า 7 บาท ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปีหน้าและปี 67 ขึ้น 33-49% สะท้อนประโยชน์ที่ได้จากการปรับขึ้นค่า Ft กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมขึ้นเป็น 1.904 บาท/หน่วย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ