(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มเช้าดัชนีแกว่งไซด์เวย์ ชะลอลงทุนหลังบอนด์ยีลด์สูงขึ้น-รอตัวเลขจ้างงานสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday January 5, 2024 09:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้น ไทยเช้านี้คาดแกว่งไซด์เวย์ โดยคาดดัชนีแกว่งในกรอบ 1,420-1,440 จุด แต่ยังไม่น่าจะผ่านระดับ 1,440 จุดขึ้นไป หลังเมื่อคืนนี้มีการรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด ทำให้นักลงทุนกลับมาทบทวนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยให้น้ำหนักลดลงที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นมา โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปี ขึ้นมาที่ระดับสูงกว่า 4% อาจทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนและรอติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐคืนนี้ ซึ่งจะเป็นตัวชึ้วัดที่สำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามการพิจารณางบประมาณและตัวเลขเงินเฟ้อของไทย

โดยให้กรอบดัชนีแนวรับแรก 1,430 จุด แนวรับถัดไป 1,420 จุด และแนวต้านแรก 1,440 จุด ถ้าผ่านได้แนวต้านถัดไป 1,445 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (4 ม.ค.)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,440.34 จุด เพิ่มขึ้น 10.15 จุด หรือ +0.03%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,688.68 จุด ลดลง 16.13 จุด หรือ -0.34% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,510.30 จุด ลดลง 81.91 จุด หรือ -0.56%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 16,573.12 จุด ลดลง 72.86 จุด หรือ -0.44% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดภาคเช้าที่ระดับ 2,949.82 จุด ลดลง 4.53 จุด หรือ -0.15% ขณะที่ ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 33,397.52 จุด เพิ่มขึ้น 109.23 จุด หรือ +0.33%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (4 ม.ค.) ที่ 1,434.59 จุด เพิ่มขึ้น 4.97 จุด (+0.35%) มูลค่าการซื้อขาย 47,635.81ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 627.51 ล้านบาท (4 ม.ค.)
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. (4 ม.ค.)ลดลง 51 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 72.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (4 ม.ค.66) อยู่ที่ 7.73 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.55 อ่อนค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหนุนดอลลาร์แข็งค่า จับตาเงินเฟ้อไทย-จ้างงานสหรัฐ
  • "เศรษฐา-ฮุนมาเนต" นัดหารือทวิภาคี 7 ก.พ.นี้ ที่กรุงเทพฯ เปิดโต๊ะเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล 1.6 หมื่น ตร.กม. "พลังงาน" พร้อมเสนอข้อมูลทุกด้าน เปิดขุมทรัพย์ปิโตรเลียม ล้านล้านบาท หาข้อสรุปรูปแบบองค์กรพัฒนาร่วม JDA การแบ่งปันผลประโยชน์ "ที่ปรึกษานายกฯ" ยืนยันไม่แตะพื้นที่ เหนือเส้นละติจูด 11 องศา มั่นใจได้ข้อสรุปภายในรัฐบาลปัจจุบัน เริ่มผลิตได้ใน 2-7 ปี หลังเจรจาจบ
  • กระทรวงการคลังมีเป้าหมายจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 67 อยู่ที่ 2.78 ล้านล้านบาท ถือว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยเป็นการวัดฝีมือของกรมจัดเก็บภาษีหลัก ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ซึ่งในส่วนของกรมสรรพากร ล่าสุดได้มีการออกประกาศ กำหนดให้อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในไทย และมีรายได้ในรอบบัญชีเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องยื่นบัญชีพิเศษที่แสดงข้อมูลรายรับของอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ที่ได้รับจากผู้ประกอบการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.67 เป็นต้นไป
  • ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.66 ติดลบ 78,557 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 32,444 ล้านบาท และบัญชีก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ติดลบ 46,113 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ว่าจะติดลบ 1 แสนล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกโดยเฉพาะดีเซลในช่วงสิ้นปีมีทิศทางอ่อนตัวลง แต่แนวโน้มในปี 67 นี้ ยังมีความผันผวนสูงจากปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์พร้อมๆ กับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

*หุ้นเด่นวันนี้

  • BBL (พาย) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 203.00 บาท เลือก BBL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร เนื่องจาก 1)งบดุลแข็งแกร่งรับมือกับความไม่แน่นอน 2)อัตราการขยายตัวของกำไรโดดเด่น และ ROE ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง 3)เน้นพอร์ตสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่และต่างประเทศ และ4)มูลค่าหุ้นที่ไม่แพง โดยเราคาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/66 ที่ 9.5 พันล้านบาท (+25%YoY, -16.7% QoQ)จะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2566 เติบโต 44.1%
  • AAV (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท ระยะสั้นคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 4/66-ไตรมาส 1/67 ฟื้นตัวแรงหนุนจาก High Season ของการท่องเที่ยวไทย ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงเทียบกับไตรมาส 3/66 เป็นบวกต่อผลการดำเนินงาน ขณะที่มาตรการฟรีวีซ่าไทย-จีนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุน เราว่า AAV จะมีกำไรปกติบางๆในปี 2566 ที่ 50 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็น 1.4 พันล้านบาท นอกจากนี้อาจเห็น upside หากภาครัฐมีมติลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินอีกครั้ง แนวรับ 2.10/2 บาท แนวต้าน 2.20/2.30 บาท
  • BH (เมย์แบงก์) ทยอยสะสม เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 232.00 บาท ราคาหุ้นปรับฐานหลังถูก Sell on Fact
หลังรายงานงบ 3Q66 ไปราว -11% ซึ่งปรับลงมากกว่ากลุ่ม ร.พ.ที่ปรับลง -3% แต่ผลประกอบการในช่วง 4Q66 ที่มีโอกาสขยายตัว YoY จากผู้ป่วยต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY และ Revenue Intensity ของการรักษาที่สูงขึ้น จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนราคาหุ้น
ในช่วง ต.ค.-พ.ย.66 เห็นสัญญาณบวกจากชาวตะวันออกกลางที่เข้าไทยเฉลี่ยที่ 4.52 หมื่นราย/เดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 56%YoY รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนผลประกอบการ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ