HILITE: OSP บวก 2.97% คาดกำไรหลัก Q1/67 ดีขึ้น รับอากาศร้อน-ท่องเที่ยวหนุนเครื่องดื่มพลังงานโต

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 14, 2024 10:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

OSP บวก 2.97% มาอยู่ที่ 1.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท มูลค่าซื้อขาย 562.31 ล้านบาท เมื่อเวลา 14.48 น. โดยเปิดตลาดที่ 1.44 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1.69 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 1.41 บาท

บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะหว่า การประชุมนักวิเคราะห์ บมจ.โอสถสภา (OSP) ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 67 เติบโตประมาณ 5%YoY (mid single digit) และตั้งเป้ารายได้ 4 หมื่นล้านบาทในปี 71 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ +9% (CAGR 5Y) การเติบโตจะมาจากธุรกิจหลัก การขยายตลาดต่างประเทศ และการเข้าลงทุนกิจการ M&A ที่ต่อยอดธุรกิจเดิม

เครื่องดื่มพลังงานในประเทศตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ +7% (CAGR5Y) จากจุดแข็งความเป็นผู้นำเครื่องดื่มพลังงานในประเทศรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ขยายตลาด online-offline, การออกสินค้าใหม่ M-150 Sparkling Energy, การเน้นตลาด traditional trade บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มพลังงานเพิ่มขึ้น 2% ในสิ้นปี 67 เป็น 47.9% จากแบรนด์ M150 และแบรนด์ลิโพวิตันดีที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก (สัดส่วนรายได้กลุ่มเครื่องดื่มพลังงานในประเทศปี 66 อยู่ที่ 63% จะเป็น 56% ในปี 71)

กลุ่ม Personal care คาดรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยบปีละ +10% (CAGR5Y) จากแบรนด์หลัก Babi Mild, แบรนด์ Twelve Plus และแบรนด์ Exit โรลออน ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า, ออกสินค้าใหม่ทำการตลาดมากขึ้น (สัดส่วนรายได้ปี 66 ที่ 11% จะเป็น 12% ในปี 71)

ธุรกิจเครื่องดื่มพลังงานต่างประเทศตั้งเป้าเติบโต 2 เท่า มุ่งเน้น 4 ประเทศ จากความเป็นผู้นำ energy drink อันดับ 1 ในประเทศเมียนมาและประเทศลาว ออกสินค้าใหม่เจาะกลุ่มตอบโจทย์ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น และมุ่งเน้นทำการตลาดในประเทศอินโดนีเซีย และตลาดเวียดนามเพิ่มขึ้น (สัดส่วนรายได้ปี 66 ที่ 18% จะเป็น 22% ในปี 71)

มุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น จากเพิ่มประสิทธิภาพโรงขวดแก้วและบริหารจัดการอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เหมาะสมเพิ่มอัตรามาร์จิ้น บริหารจัดการค่าใช้จ่ายการตลาดให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

เราคาดรายได้ปีนี้เติบโต 3.5% ใกล้เคียงกับบริษัทที่คาดเติบโตประมาณ 5% แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/67 คาดลดลง YoY จากไตรมาส 1/66 มีบันทึกเงินปันผลจาก Unicharm แต่ปีนี้ไม่มี แต่คาดกำไรหลักจะดีขึ้นโดยในช่วง 2 เดือนแรก ตลาด energy drink เติบโต 3% แต่ OSP เติบโตมากกว่า ปัจจัยบวกปีนี้มาจากตลาด energy drink อากาศที่ร้อนขึ้น และการท่องเที่ยวที่กลับมา อัตรามาร์จิ้นดีขึ้นจากต้นทุน commodities ที่เริ่มปรับลดลง เราคาดกำไรหลักเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 13% (CAGR2Y) คาดรายได้กลุ่มเครื่องดื่มเติบโตปีละ 3% จากฐานกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานที่ใหญ่และคาดกลุ่ม functional drink เริ่มดีขึ้น, คาดกลุ่ม Personal Care และรับจ้างผลิต Supply Chain เพิ่มขึ้นปีละ 5% โดยคาดอัตรามาร์จิ้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 35.4%-35.6% จากต้นทุนพลังงานและ commodities ที่เริ่มปรับตัวลดลง คาดค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 25.1% และ 24.6% ส่งผลให้คาดอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.3% และ 10% ตามลำดับ

ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" จากแนวโน้มผลประกอบการธุรกิจหลักกลับมาเพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานที่คาดเริ่มดีขึ้น และ OSP มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในประเทศ เราปรับราคาเป้าหมายใหม่อยู่ที่ 23.5 บาท อ้างอิง PER-1SD เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของ OSP ที่ 28 เท่า จากเดิมอ้างอิง PER เฉลี่ย 33 เท่า จากกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานในประเทศและธุรกิจ Personal Care มีการแข่งขันสูงและการส่งออกคาดชะลอตัวจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังซบเซา

ราคาหุ้นปัจจุบันมี PER24F อยู่ที่ 24.1 เท่า Dividend Yield 2024F อยู่ที่ 4.1% โอกาส คือการขยายตลาดส่งออก ส่วนความเสี่ยง คือ ต้นทุน commodities ที่สูงขึ้น, เศรษฐกิจชะลอตัว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ