(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งผันผวน ดอลลาร์แข็งกดบาทอ่อน รองบปี 67-ดิจิทัลวอลเล็ตชัดเจน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday March 22, 2024 09:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่าแนวโน้ม ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งตัวผันผวน จากเงินบาทที่อ่อนถูกกดดันจากเมื่อคืนนี้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เนื่องจากการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ อาทิ ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานตัวเลขต่ำกว่าคาด สะท้อนว่าไตรมาส 1/67 เศรษฐกิจสหรัฐน่าจะดี นอกจากนี้ค่าเงินบาทช่วงที่ค่อนข้างผันผวนเนื่องจากเป็นช่วงจ่ายเงินปันผล ส่งผลต่อเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติที่อาจไม่ต่อเนื่อง

ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณปี 2567 หากผ่านและเบิกจ่ายงบเร็วขึ้น รวมทั้งมีความชัดเจนในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่าจะยังมีหรือไม่ จะเป็น Sentiment เชิงบวกให้กับตลาด

โดยหุ้นที่มีความน่าสนใจ ได้รับอานิสงส์จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ รวมทั้งการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือนเม.ย. ซึ่งคาดว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยก่อนเฟด หรืออาจลดดอกเบี้ยครั้งแรกเดือนมิ.ย. ช่วงเดียวกันกับเฟด ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มบริการสินทรัพย์ เช่น BAM JMT ที่ราคาค่อนข้างต่ำ และ SAWAD จากราคารถยนต์มือสองเริ่มดีขึ้น รวมทั้งกลุ่มส่งออกอาหารสัตว์ที่ได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า อาทิ ITC และ AAI

พร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,378 จุด และแนวต้าน 1,395 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (21 มี.ค.)ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 39,781.37 จุด เพิ่มขึ้น 269.24 จุด หรือ +0.68%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,241.53 จุด เพิ่มขึ้น 16.91 จุด หรือ +0.32% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,401.84 จุด เพิ่มขึ้น 32.43 จุด หรือ +0.20%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 16,745.27 จุด ลดลง 117.83 จุด หรือ -0.70% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,070.55 จุด ลดลง 6.56 จุด หรือ -0.21% ส่วนดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 40,942.88 จุด เพิ่มขึ้น 127.22 จุด หรือ +0.31%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (21 มี.ค.) 1,387.62 จุด เพิ่มขึ้น 14.44 จุด (+1.05%) มูลค่าซื้อขาย 43,609.79 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,037.72 ล้านบาท (21 มี.ค.)
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 20 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่ 81.07 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (21 มี.ค.) อยู่ที่ 6.00 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 36.29 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค รับตัวเลขศก.สหรัฐสดใส หนุนดอลลาร์แข็งค่า
  • "กสิกรไทย" คาด "เงินบาท" มีโอกาสอ่อนค่าแตะ 37 บาท/ดอลลาร์ ไตรมาส 2 ปีนี้ เหตุ "ฟันด์โฟลว์" ไหลออกแรง หลังเป็นช่วงจ่ายเงินปันผล หนุน "ต่างชาติ" ขนเงินกลับ หวั่นนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นจากการดำเนินนโยบายการเงินไทย หากมอง กนง. ถูกแทรกแซง อาจขาดความเชื่อมั่นจนนำไปสู่การเทขายหุ้น-บอนด์
  • "วงการเงิน" จับตา 25 มี.ค.นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขยายเวลาเทรดช่วงบ่ายเร็วขึ้น 30 นาที "ไพบูลย์" ชี้ช่วยเพิ่มวอลุ่มไม่มาก ย้ำขึ้นอยู่ที่ปัจจัยพื้นฐานความเชื่อมั่นนักลงทุน "บล.หยวนต้า" คาดไร้ผลต่อดัชนีฯ ด้าน "เสี่ยป๋อง-วัชระ" มองน่าจะช่วยเพิ่มวอลุ่มได้ แต่บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว
  • กรมขนส่งทางราง เร่ง "ซีพี" ลงทุนซ่อมใหญ่ "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" หลังบริหาร 2 ปี ครึ่ง ยังไม่ดำเนินการ รัฐหวังเพิ่มความปลอดให้ประชาชน สกพอ.เผยความคืบหน้าลงทุนไฮสปีด 3 สนามบิน ร.ฟ.ท.ขีดเส้นเจรจาเอกชนจบใน เม.ย.นี้ เคาะข้อเสนอปรับโครงสร้างทางการเงิน ยันเอกชนรับ ลงทุน 9 พันล้านบาท สร้างพื้นที่ทับซ้อนช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง "บีโอไอ" ยันขยายระยะเวลาไม่ได้หลัง 22 พ.ค.นี้

*หุ้นเด่นวันนี้

  • AAV (ลิเบอเรเตอร์) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/67 จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทั้ง q-q และ y-y จากจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้น ตามภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว ผสานกับมาตรการฟรีวีซ่า ไทย-จีน เป็นตัวหนุนและค่าโดยสารเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มเส้นทางการบินมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ
  • ITC (พาย) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.60 บาท ปี 67 ITC ตั้งเป้าเติบโต 15% YOY โดยจะทำในทุกๆรูปแบบอย่างเช่นการเพิ่มลูกค้าจากกลุ่ม Supermarket และร้านค้าปลีก ที่สหรัฐฯและยุโรป รวมถึงการออกสินค้าในกลุ่ม Innovative มากขึ้น ซึ่งการเพิ่มดังกล่าวจะเน้นไปที่การเพิ่มปริมาณการขาย เพราะจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาในช่วงไตรมาส 2/67 นอกจากนี้ทาง ITC เองยังมองการเข้าซื้อกิจการใหม่เพิ่มอีกทางด้วย
  • DOHOME (กสิกรไทย) แนะนำซื้อ ราคาพื้นฐาน 13.00 บาท คาดกำไรในปี 67 จะฟื้นตัว 62.5% YOY จาก SSSG ที่ +4% และการขยายตัวของ GPM หนุนจากการจัดการต้นทุนของเหล็กได้ดี และ การเร่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ พร้อมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หลัง พ.ร.บ. งบประมาณปี 67 ผ่านสภาฯต้นเดือนเม.ย. นี้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ