SIAM ลุ้นผลเจรจางานล็อตใหม่ออสเตรเลีย-ตปท.ดันเป้ารายได้งวดปี 52 พุ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 21, 2008 11:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางนภาพร หุณฑนะเสวี กรรมการ บมจ.สยามสตีล อินเตอร์เนชั่นแนล(SIAM)เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจางานล็อตที่ 3 กับทางผู้ซื้อจากออสเตรเลียที่จะนำไปติดตั้งในเหมืองในประเทศลาว ซึ่งเป็นงานล็อตใหญ่ โดยหากสรุปได้ก็คาดว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทในงวดปี 52(ก.ค.51-มิ.ย.52) เป็นไปตามเป้าหมายที่กว่า 2 พันล้านบาทใกล้เคียงกับงวดปี 51 ลุ้นหากได้งานต่างประเทศเพิ่มอาจทำรายได้มากขึ้น

"โดยรวมๆ รายได้ปี 52 น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท เฉพาะของบริษัทฯ ซึ่งไตรมาสแรกก็ได้ไปประมาณ 800 ล้านบาทแล้ว และเหลืออีกประมาณ 1,000 ล้านบาทเศษๆ น่าจะทำได้ในอีก 3 ไตรมาส ส่วนจะมากกว่าหรือไม่อยู่ที่เราจะรับออร์เดอร์พิเศษจากต่างประเทศได้มากหรือน้อยแค่ไหน"นางนภาพร กล่าว

นางนภาพร กล่าวว่า โดยปกติบริษัทจะได้รับงานประมาณไตรมาสละ 400 ล้านบาท แต่บังเอิญในช่วงไตรมาส 1/52 ที่ผ่านมา (สิ้น 30 ก.ย.51) ได้งานได้แล้ว 800 ล้านบาท เพราะมีงานพิเศษที่สามารถปิดการเจรจาได้บางโครงการ จึงเหลือที่จะต้องทำรายได้ในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลืออีกราว 1,200 ล้านบาท

ในด้านกำไรสุทธิงวดปี 52 ยังต้องรอดูจากงานใหม่ที่เข้ามา เพราะหากได้รับงานต่างประเทศที่เป็นงานพิเศษเข้ามามาก ก็จะทำให้กำไรมากตามไปด้วย แต่หากเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ ก็จะมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 25% ถือเป็นระดับปกติ อย่างไรก็ตาม หากมีกำไรบริษัทก็จะจ่ายเงินปันผลตามนโยบายที่ 40% ของกำไรสุทธิ โดยงวดปี 51 จ่ายเงินปันผลอัตรา 0.18 บาท/หุ้น ในวันที่ 28 พ.ย.นี้

อนึ่ง ไตรมาส 1/52 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 178% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากยอดขายเติบโตมากหลังส่งมอบงานได้ตามกำหนด ส่วนไตรมาส 2/52 (สิ้นสุด ธ.ค.51) ก็ยังมีงานโครงการพิเศษในมือบ้าง แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะมากเท่ากับไตรมาส 1/52

"อยู่ที่จะรับโปรเจ็คต์ไหน เพราะกำไรอยู่ที่ตัวโครงการพิเศษจากต่างประเทศจะได้กำไรเยอะ ถ้าเป็นธุรกิจปกติงานเฟอร์นิเจอร์ในประเทศก็ค่อนข้างเรียบๆ มาร์จินอยู่ที่ประมาณ 25% ถ้ามีโครงการพิเศษมาก็จะมีบวก/ลบ"นางนภาพร กล่าว

*เชื่อปิดดีลงานล็อตใหม่ลูกค้าเดิมไม่ยาก-ลุ้นงานพิเศษตปท.เพิ่มมาร์จิ้น

นางนภาพร กล่าวว่า ยังไม่สามารถกำหนดได้ว่าการเจรจางานล็อตใหม่กับผู้ซื้อจากออสเตรเลียจะสรุปได้เมื่อใด หลังจากที่เคยสั่งซื้อไปแล้ว 2 ล็อต โดยขณะนี้ได้เจรจามาเป็นเวลา 2-3 เดือนแล้ว นอกจากนั้น บริษัทยังมีการเจรจางานจากประเทศไกลๆ ด้วย

"ตัวเลขล็อตที่ 3 กำลังปรับกันอยู่เพราะอยู่ที่พื้นที่ที่เค้าต้องการและจำนวนคนที่จะมาเพิ่มเติมในการขยายเหมือง ซึ่งงานโครงการพิเศษพูดยาก ก่อนหน้านี้รับไปแล้ว 2 ล็อต ตอนนี่กำลังคุยล็อตที่ 3 ยังไม่แน่ใจว่าจะปิดดีลได้ที่เดือนไหน แต่ค่อนข้างมีความหวังอยู่ที่ว่าจะเร็วจะช้าและจำนวนห้องที่ต้องการมากน้อยแค่ไหน โดยเริ่มคุยไปได้ 2-3 เดือนแล้ว"นางนภาพร กล่าว

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการติดตั้งงานล็อตที่ 2 ให้กับผู้ซื้อจากออสเตรเลียที่มีมูลค่างาน 5.1 ล้านเหรียญสหรัฐ จากงานล็อตแรกประมาณ 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยงานล็อตที่ 2 ส่งมอบสินค้าไปแล้ว 90% ส่วนที่เหลือเป็นงานติดตั้ง ซึ่งจะรับรู้รายได้ส่วนที่เหลือที่เป็นค่าแรงติดตั้งในไตรมาส 2/52 มูลค่าไม่มากนัก ส่วนล็อตที่ 3 คาดว่าจะได้เพราะเป็นงานของลูกค้ารายเดิม

บริษัทอยู่ระหว่างการประเมินรายได้ทั้งงวดปี 52 เพราะขณะนี้งานโครงการพิเศษอยู่ระหว่างการเจรจาต้องดูว่าแต่ละงานจะปิดดีลได้ในไตรมาสไหน โดยขณะนี้มีเจรจาไว้ 2-3 แห่ง มูลค่าทั้งมากทั้งน้อย เป็นของลูกค้ารายเดิมในต่างประเทศที่เคยเจรจากันอยู่แล้ว ทั้งเป็นหลักพันล้านบาทและหลักร้อยล้านบาท

"แต่ตอนนี้ต้องรอลุ้นงานต่างประเทศที่กำลังเจรจาอยู่ถ้าได้ก็เป็นโครงการพิเศษเข้ามาส่วนใหญ่ยังเป็นอาคารสำเร็จรูปอเนกประสงค์ Lucky Building System เป็นสินค้าตัวเดิม โดยราคาจะขายตามราคาตลาด"นางนภาพร กล่าว

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/52 ส่วนใหญ่จะเป็นงานในประเทศ โดยงานใหญ่คืองานศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่มีความล่าช้า จากที่ได้มา 5 สัญญา รวม 800 ล้านบาท อยู่ระหว่างทยอยส่งมอบ โดยไตรมาส 1/52 ส่งมอบและรับรู้บ้างแล้วเล็กน้อย แต่จะไปรับรู้จำนวนมากในไตรมาส 2/52 และ ไตรมาส 3/52 เป็นหลัก

"ตอนนี้หน้างานดีเลย์ แต่ทางเราพร้อมแล้ว โดยคาดการณ์ว่าน่าจะจบไตรมาส 3/52 ของเราคือ มี.ค.52 ถ้าไม่ดีเลย์อีกจะส่งมอบครบจำนวน แต่งานต่อเนื่องของศูนย์ราชการยังไม่มีเป็นล็อตใหญ่มีแต่สั่งเพิ่มเติมเล็กน้อยที่ตกหล่นไป"

นางนภาพร กล่าวว่า แม้ว่าราคาเหล็กที่ปรับลดลงในขณะนี้ ส่งผลดีต่อบริษัท เพราะทำให้บริหารได้ง่ายขึ้น บริษัทสามารถปรับลดราคาสินค้าลงตามได้ แต่ปัญหาก็คือกำลังซื้อที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะงานภาคเอกชนแทบจะไม่มี บริษัทจึงต้องพยายามหางานประมูลภาครัฐที่ยังพอมีเงินอยู่ ส่วนใหญ่เป็นงานที่มียอดไม่สูงนักราว 1-2 ล้านบาท เนื่องจากเชื่อว่างานขนาดใหญ่คงยังไม่มีเข้ามา

*เชื่อเลห์แมนฯ คงถือหุ้น,ซื้อหุ้นคืนยังทำไม่ได้ติดขัดข้อบังคับบริษัทแม้ราคาต่ำกว่า BV

นางนภาพร กล่าวว่า วิกฤติการเงินโลกไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทโดยตรง แต่กระทบกับเลห์แมนบราเธอร์สที่เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะไม่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจปกติ เพราะเลห์แมนฯ เป็นเพียงหนึ่งในผู้ถือหุ้น ในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้เก่าตั้งแต่สมัยฟื้นฟูกิจการ คาดว่าทางเลห์แมนฯ คงยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นในมือที่ถืออยู่ เพราะมีอยู่ไม่ถึง 1%

ส่วนสภาพคล่องของบริษัทยังมีช่องทางที่จะขอสนับสนุนจากสถาบันการเงินในประเทศได้ หากธนาคารเห็นว่าเป็นงานที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งหากได้งานต่างประเทศเข้ามา บริษัทก็คงต้องขอวงเงินทางแบงก์เพิ่มเติม คาดว่าจะเป็นธนาคารกรุงเทพ(BBL)เป็นหลัก เพราะเคยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนในการรับงาน 2,000 ล้านบาทที่ประเทศอาเจะห์

นางนภาพร กล่าวว่า เงินสดที่มีอยู่ไว้ใช้หมุนเวียนทำธุรกิจปกติกับงานประมูลที่ไม่ใช่งานใหญ่ โดยขณะนี้บริษัทยังไม่มีโครงการซื้อหุ้นคืน เพราะยังติดขัดข้อบังคับบริษัท แต่ก็มีการสอบถามในการประชุมผู้ถือหุ้น เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี(Book value)ที่อยู่ในระดับ 2-3 บาท ราคาตลาดอยู่ที่ 1.81 บาท

"เผอิญของเราเน้นทำธุรกิจมากกว่าเรื่องหุ้น ไม่มีความชำนาญ อีกทั้งผู้บริหารไม่มีนโยบายเข้าไปยุ่งเรื่องหุ้น แต่พอผู้ถือหุ้นทักก็คิดว่าจะเปิดตรงนี้ไว้เผื่อว่าถ้าเหมาะสมก็อาจจะพิจารณา แต่ตอนนี้ผู้บริหารเราดูว่าส่วนมากจะเอาเงินไปลงทุนในการขยายธุรกิจมากกว่าเพื่อมาทำกำไรคืนให้กับผู้ถือหุ้น"นางนภาพร กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ