ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงิน หลังจากธนาคารกลางอังกฤษตัดสินใจขยายตัวเวลาโครงการซื้อพันธบัตร และหลังจากมีรายงานว่าราคาบ้านและภาคการผลิตในอังกฤษปรับตัวขึ้น
สำนักข่าวบลูเบิร์กรายงาน ดัชนี FTSE 100 ปิดบวก 43.40 จุด หรือ 0.93% แตะที่ 4,690.53 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 4,647.13-4,729.58 จุด แกรี่ เบเกอร์ นักวิเคราะห์จากแบงค์ ออฟ อเมริกา กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มการเงินอย่างคับคั่ง หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% และขยายโครงการซื้อพันธบัตรอีก 5 หมื่นล้านปอนด์ รวมเป็น 1.75 แสนล้านปอนด์ แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าอัตราการหดตัวของเศรษฐกิจอังกฤษจะเริ่มชะลอตัวแล้วก็ตาม
ธนาคารกลางอังกฤษได้เริ่มใช้โครงการ Quantitative Easing หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อผ่อนคลายแรงกดดันต่อสภาพคล่องและเพิ่มอุปทานเงินในประเทศผ่านทางการซื้อพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน
ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น ธนาคารลอยด์ แบงกิ้ง ปิดพุ่ง 12% หุ้นรอยัล แบงค์ ออฟ สก็อตแลนด์ ปิดบว 9.8% หุ้นเอวิวาซึ่งเป็นบริษัทประกันรายใหญ่ปิดบวก 5.4%
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนหลังจากรายงานของฮาลิแฟกซ์ที่ระบุว่า ราคาบ้านในอังกฤษเดือนก.ค.พุ่งขึ้นเกือบ 2 เท่าสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากดีมานด์อสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นขณะที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยคลี่คลายลง โดยราคาบ้านปรับตัวขึ้น 1.1% แตะ 159,623 ปอนด์ หรือ 269,850 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กคาดว่าราคาจะขยับขึ้นเพียง 0.6%
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษเปิดเผยว่า ภาคการผลิตของอังกฤษในเดือนมิ.ย.เพิ่มขึ้น 0.4% สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอ่อนตัวลง 0.1%