นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) การกลับเข้ามาลงทุนของบรรดากองทุนต่าง ๆ และนักลงทุนต่างชาติช่วยให้มูลค่าการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงต้นปีมาที่เฉลี่ย 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.52 ซึ่งอยู่ที่ 8 พันล้านบาท/วัน
"วอลุ่มที่เพิ่มมาจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนซื้อสุทธิในปริมาณที่มากและกองทุนในประเทศ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า ดัชนีของตลาดกลับมาสู่ภาวะปกติ"นายปกรณ์ กล่าวประธาน ตลท. กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง หลังจากไตรมาส 2/52 เป็นไปตามประมาณการ เนื่องจากสัญญาณเศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ โดยประเมินว่าในไตรมาส 4/52 น่าจะเห็นภาพเศรษฐกิจไทยกลับมาเป็นบวกได้
แต่อย่างไรก็ตาม มองว่ายังมีปัจจัยลบที่อาจกดดันตลาดอยู่บ้าง คือ เรื่องการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่อาจส่งผลให้ตลาดผันผวนบ้าง
"ประเด็นการเมืองดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตอนไปโรดโชว์นักลงทุนก็มีการสอบถามถึง ตรงนี้ถือเป็นจุดอ่อนสำหรับประเทศไทย เพื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว และปัจจัยนี้อาจมีผลให้การตัดสินใจของต่างชาติปรับเปลี่ยนไปได้ ถึงแม้ตอนนี้เศรษฐกิจบ้านเราจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว"นายปกรณ์ กล่าวส่วนเรื่องราคาน้ำมันมีสัญญาณฟื้นตัวสูงขึ้นเมื่อเศรษฐกิจฟื้นขึ้น แต่การปรับตัวขึ้นมาน่าจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า แต่ในช่วงระยะสั้นประเมินว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะยังอยู่ในระดับ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล