TWZ ดึงผู้ประกอบการตจว.ร่วมทุนเปิดสาขา อาจขยายถึงตั้งรง.เฮ้าส์แบรนด์

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 13, 2009 12:17 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพุทธชาติ รังคสิริ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น(TWZ) เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่าขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ใตต่างจังหวัดเพื่อเปิดสาขาร่วมกันในลักษณะกึ่งการร่วมทุน โดยเน้นสาขาในต่างจังหวัดที่มีฐานใหญ่และมีโอกาสเติบโตของยอดขายได้อีกมาก ถือเป็นการช่วยสร้างกลุ่มลูกค้าที่แน่นอนและมีความแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม หากการร่วมมือในขั้นแรกเป็นไปได้ด้วยดีขั้นตอนต่อไปก็จะมีการชักชวนเข้าร่วมทุนจัดตั้งโรงงานประกอบชิ้นส่วนโทรศัพท์และพัฒนาโทรศัพท์มือถือเฮ้าส์แบรนด์ ยี่ห้อ TWZ และ NOKTEL ในประเทศไทย เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทยู่ระหว่างการคัดเลือกซัพพลายเออร์เพื่อส่งชิ้นส่วนป้อนให้กับโรงงานประกอบโทรศัพท์ดังกล่าว 4-5 ราย คาดว่าคัดเลือกให้เหลือ 1-2 ราย ซึ่งแต่ละรายมีความถนัดในการผลิตที่แตกต่างกัน และส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการในประเทศจีน คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในปลายไตรมาส 3/52 หรืออย่างช้าไตรมาส 4/52

นอกจากนี้ ยังมองแนวทางการว่าจ้างผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็คโทรนิคส์ในประเทศเพื่อผลิตชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือทดแทนการนำเข้า เนื่องจากพบว่าปัจจุบันมีหลายแห่งที่ประสบปัญหาต้องปิดกิจการไป หรือมีกำลังการผลิตว่างอยู่ ซึ่งก็จะทำให้บริษัทสามารถลดต้นทุนไปได้มาก โดยประเมินว่าการผลิตชิ้นส่วนในประเทศมีต้นทุนต่ำกว่านำเข้าประมาณ 10-20% จากปัจจุบันที่จะมีการนำเข้าชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือประมาณ 1 แสนชิ้น/เดือน

"ตอนนี้เราจะลงทุนอะไรต้องรอบคอบเม็ดเงินที่จะใช้ก็เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย เพียงแต่ต้องหาวิธีที่รัดกุมและเพื่ออนาคต อย่างการดึงผู้ประกอบการในต่างจังหวัดเข้ามาร่วมทุนกับเราก็เป็นการเพิ่มฐานลูกค้าให้เราเพราะในต่างจังหวัดเรายังมีช่องโหว่ ขณะที่ในกรุงเทพเราสู้ได้สบายมีมากกว่า 80 แห่ง อีกอย่างก็จะทำให้เรามีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนใช้ในช่วงสั้นนี้ได้ ส่วนโรงงานผลิตชิ้นส่วนโทรศัพท์จะบอกว่าใช้เงินเท่าไร่ตอนนี้ยังไม่รู้ เพราะต้องคิดเยอะๆ" นายพุทธชาติ กล่าว

นายพุทธชาติ กล่าวต่อว่าในส่วนของผลการดำเนินธุรกิจยอมรับว่ามีความกังวลพอควรโดยเฉพาะหลังจากโรคไข้หวัด 2009 ส่งผลให้ผู้บริโภคหยุดและไม่กล้าออกมาเดินห้างสรรพสินค้าจึงทำให้กระทบต่อการขายสินค้าไปบ้าง แต่อย่างไรก็ตามหวังว่าทิศทางจะค่อยๆดีขึ้นโดยเฉพาะในไตรมาส 4/52 จะกลับมามีทิศทางที่ดีได้เพราะเป็น season ของธุรกิจ

นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อผู้บริโภค และการนำสินค้ารุ่นใหม่ที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีมาทำตลาด รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 52 ไว้ที่ 4.5 พันล้านบาทไว้จากรายได้ในปีก่อนที่มีรายได้ 3.3 พันล้านบาท โดยเกือบทั้งหมดยังมาจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และมีสัดส่วนรายได้จากสินค้าเฮ้าส์แบรนด์เพิ่มเป็น 40-50% จาก 30% ในปีก่อน ส่วนที่เหลือเป็นยี่ห้อ Nokia 40% และอื่นๆ ซึ่งเป็นสินค้าอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ

ส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายพุทธชาติ กล่าวว่า ปลายปีนี้บริษัทจะเปิดขายโครงการในเฟสแรกแน่นอน ซึ่งเป็นโฮมออฟฟิศเพื่อการพาณิชย์ อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาภิเษกจำนวน 18 ยูนิต ระดับราคา 7-9 ล้านบาท/ยูนิต เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ โดยตั้งเป้าผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไว้ที่ประมาณ 20% และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ต้นปี 53 มากกว่า 100 ล้านบาท ส่วนในเฟสที่ 2 และเฟส 3 จะมีการประเมินอีกครั้ง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ