ASIA เชื่อ Q4 รายได้โตรับเปิด 385 ห้องพักหลังปรับปรุงเสร็จทันไฮซีซั่น

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 9, 2009 11:32 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุรพล เตชะหรูวิจิตร กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการ บมจ.เอเชียโฮเต็ล(ASIA)เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า ผลประกอบการของบริษัทช่วงครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าในครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทกำหนดจะเปิดห้องพักที่ปิดปรับปรุงไป 385 ห้องในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/52 สอดรับกับช่วงไฮซีซั่นปลายปีที่เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มกลับมาแล้ว

"หลัง ต.ค.ก็จะเปิดใหม่ 385 ห้องเป็น 100% ตามเดิม คือ 600 ห้อง เพราะช่วงนั้นเท่าที่ดูสถานการณ์ และมีการตอบรับกันระหว่างบริษัททัวร์ต่าง ๆ น่าจะดีขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ ไม่รู้ว่าจะกลับสู่สภาพเดิมเลยหรือยัง แต่คงไม่แย่ไปกว่าเดิม

เชื่อว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวน่าจะฟื้นหลังจากมีการพูดคุยกันในหมู่บริษัททัวร์และกลุ่มโรงแรม คงจะค่อยๆ recover ขึ้น มีการทำ booking เข้ามาเพิ่มขึ้น น่าจะทำให้ผลประกอบการครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะครึ่งแรกไม่ใช่ปิดห้องพักเพื่อปรับปรุงอย่างเดียว แต่เกิดจากสถานการณ์ประเทศเรา คนไม่เข้า ทัวร์ริสไม่มีใครมา"นายสุรพล กล่าว

นายสุรพล กล่าวว่า บริษัทกำลังพิจารณาความเหมาะสมในการปรับราคาค่าห้องพักหลังจากเปิดใช้ห้องพักที่ได้ปรับปรุงแล้ว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างหาข้อมูลที่ชัดเจน โดยเฉพาะสถานการณ์ของธุรกิจท่องเที่ยวขณะนี้ว่าเหมาะสมแล้วหรือยังที่จะปรับขึ้นราคา เพราะปัจจุบันยังมีการแข่งขันกันลดราคาด้วยซ้ำ อาจทำให้ห้องพักที่เปิดเพิ่มเติมในปลายปีต้องปรับลดราคาลงไปด้วยหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน เพราะต้องการความชัดเจนในเรื่องของจำนวน booking ที่เข้ามาด้วย

"ปกติโรงแรมถ้ามี booking in hand อยู่แล้วจำนวนหนึ่ง 40-50% ส่วนเกินนั่นเราถึงพิจารณาปรับราคาได้แล้ว แต่ถ้าทั้งหมดมีหน้าตักอยู่นิดเดียวก็ต้องคิดหนักถ้าจะปรับราคาเพิ่ม ซึ่งตอนนี้ยังเห็นไม่ชัด ตอนนี้แนวโน้มทั้งตลาดยังไม่มีใครกล้าแตะเรื่องขึ้นราคา"นายสุรพล กล่าว

ทั้งนี้ อัตราค่าห้องพักโรงแรมใน กทม.เฉลี่ยอยู่ที่ 1,900-2,000 บาท/คืน

*เดินหน้าต่อเฟส 2 ปรับปรุงเอเชียพัทยา-ห้องพักที่เหลือเอเชียกรุงเทพ

นายสุรพล กล่าวว่า การปรับปรุงห้องพักเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเนื่องจากประเมินสถานการณ์ว่าปีนี้ทัวร์ริสน่าจะไม่ค่อยดีนัก เพราะเกิดผลกระทบจากปัญหาซับไพร์มไปทั่วโลก จึงได้เตรียมหาเงินวงเงินกู้และสะสมเงินไว้เพื่อปรับปรุง

และในปี 53 บริษัทยังมีงบประมาณอีก 200 ล้านบาทที่จะปิดปรับปรุงห้องพักของโรงแรมเอเชียพัทยา และปรับปรุงห้องพักส่วนที่เหลือของโรงแรมเอเชียกรุงเทพอีกกว่า 200 ห้องให้ครบทั้งหมด โดยจะเลือกทำในช่วง low season ซึ่งในปีนี้เราทำมาแล้วจะรู้ปัญหาอุปสรรคดีขึ้น เชื่อว่าจะสามารถวางแผนงานให้ดำเนินการแล้วเสร็จได้ด้วยเวลาที่รวดเร็วขึ้น

"ที่พัทยาก็กำลังวางแผนอยู่ว่าจะปรับอะไรบ้าง เพราะที่พัทยาเป็นเรื่องของทัศนียภาพว่ามีที่ดินอยู่เยอะในส่วนของสนามกอล์ฟ แต่ขณะนี้เนื่องจากทำที่เอเชียที่กรุงเทพฯ 390 ห้องแล้ว ปีหน้าค่อยว่ากันที่พัทยา" นายสุรพล กล่าว

ทั้งนี้ โรงแรมเอเชีย พัทยา มีที่ดิน 40 ไร่ เป็นพื้นที่โรงแรม 10 ไร่ อีก 30 ไร่เป็นสนามกอล์ฟ

*รายได้ลดลงจากปีก่อน เน้นประคองกำไร-ได้ศูนย์การค้าหนุน

นายสุรพล กล่าวว่า รายได้รวมของ ASIA ในปีนี้คงลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,000 กว่าล้านบาทต้นๆ เนื่องจากมีการปิดปรับปรุงห้องพักโรงแรมเอเชียกรุงเทพกว่าครึ่งหนึ่งไปหลายเดือน ทำให้งวดไตรมาส 2/52 บริษัทมีผลขาดทุน 4.27 แสนบาท ส่วนงวด 6 เดือน ASIA และ บ.ย่อยกำไรสุทธิ 24.96 ล้านบาท

แต่ถ้ามองภาพรวมใน 2-3 ปีหลังจากปรับปรุงห้องพักแล้วก็น่าจะได้ราคาที่สูงขึ้นมาตีตื้นได้บ้าง โดยประเมิน 2-3 ปีข้างหน้ารายได้น่าจะโตขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 15-20% ต่อปี เหมือนกับปกติในปีก่อน ๆ

"อีก 2-3 ปีนี้รายได้ที่จะโต 10-20% น่าจะกลับมา น่าจะ recover แล้ว ส่วนปีนี้รายได้จะลดลงจากปีก่อน มากน้อยแค่ไหนยังรอเช็คตัวเลขก่อนเพราะแหว่งไปหลายเดือน และแกว่งอยู่ตรงที่ว่าตกลงเราจะปรับราคาขึ้นหรือไม่ เพราะของก็ปรับปรุงไปพอสมควรประมาณ 200 ล้านบาท แต่ปีนี้คงจะยังไม่ทันทำอย่างอื่นอีก เพราะใกล้ high season แล้ว คงไม่ทำอะไรไปกระทบกับแขก"นายสุรพล กล่าว

ส่วนทั้งปีนี้จะมีกำไรหรือไม่นั้น ASIA ยังเชื่อว่าจะประคองตัวอยู่ได้ เพราะในส่วนของศูนย์การค้าเซียร์ รังสิตเองยังมีกำไรอยู่พอสมควร ก็จะมาช่วยชดเชยในส่วนโรงแรมที่หายไปได้บ้าง โดยรายได้ศูนย์การค้าในปีนี้ยังน่าจะทำได้ 400 กว่าล้านบาท เป็นรายรับค่าเช่า โดยปีนี้มีการปรับค่าเช่าบ้างแต่น้อยมาก เป็นการปรับเฉพาะรายที่ไม่เคยปรับมาหลายปี

"ค่าเช่าไม่ใช่ seasonal ไม่กระทบ ส่วนใหญ่ศูนย์การค้าจะกระทบในแง่ของอัตราการเติบโตของรายรับ ตรงนี้เพราะค่าเช่าที่จะถึงคิวปรับเราก็ต้องชะลอหน่อย เพราะถ้าปรับทันทีร้านค้าจะเดือดร้อนและอยู่กันไม่ได้ ปีนี้มีปรับบ้างแต่น้อยมาก...ไตรมาส 3 ถ้าโรงแรมอย่างเดียวยังน่าจะติดลบอยู่แน่ เพราะเราปิดห้องพักไปถึง ต.ค.พอเอาศูนย์การค้าฯมาก็แทบจะ cover เกือบหมดเลย"นายสุรพล กล่าว

นายสุพร กล่าวถึงแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลว่า กำลังมีการหารือกัน ขณะที่มีหลายเสียงที่เห็นว่าการจ่ายเงินปันผลอาจจะสวนกระแสไปบ้าง เพราะภาพรวมอุตสาหกรรมยังไม่ดี และยังมีความจำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง การจ่ายปันผลก็ต้องมีเหตุมีผล แม้ว่าจะมีการกระแสเงินหรือมีศักยภาพที่พอจะจ่ายได้ก็ตาม

อนึ่ง ในงวด 51 บริษัทจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 2 บาท จากกำไรสุทธิ 1.05 พันล้านบาท

*ไม่รีบร้อนดัน"เซียร์ฯ" เข้าตลาด คงไม่เห็นปีนี้ รอความเหมาะสม

ส่วนความคืบหน้าการนำบริษัท เซียร์ พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งบริหารศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ขณะนี้ได้ส่งข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แล้ว แต่ถึงแม้ ก.ล.ต.อนุมัติ ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจากสถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจ ยังไม่น่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น ดังนั้น ปีนี้คงยังไม่เห็น

"อยากค่อยๆทำให้มีความชัดเจนและอธิบายได้ทุกส่วนดีกว่า ไม่ได้เร่งรีบแต่เป็นสิ่งที่ทุกคนทราบอยู่แล้วไม่รู้จะเร่งไปทำไม และที่ก.ล.ต.อนุมัติแล้วหลายบริษัทก็ยังชะลอเลย...เซียร์ไม่ขาดทุน การยื่นเข้าตลาดฯ เราทำงานไป แต่ก็ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ชะลอ เพราะก็มีการทำงานกับที่ปรึกษาการเงิน คือ บล.พัฒนสิน อยู่" นายสุรพล กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ