นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถทำส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์)เฉลี่ยได้ที่ 5% เพิ่มขึ้นจากปี 51 ที่มีมาร์เก็ตแชร์ในระดับกว่า 3%
ปัจจุบัน มาร์เก็ตแชร์ของบริษัทเพิ่มขึ้นมาที่ 5.5-6% รับผลดีจากนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาซื้อขายหุ้นค่อนข้างมากตั้งแต่ไตรมาส 3/52 ที่ผ่านมา ประกอบกับ บริษัทมีสินค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอนุพันธ์ การให้ลูกค้าสั่งซื้อขายหุ้นในตลาดต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีบัญชีลูกค้าคนไทยที่ไปเทรดในตลาดต่างประเทศราว 300 บัญชี จากทั้งหมด 3 หมื่นบัญชี ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 150-170 บัญชี ซึ่งในจำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศนั้นเป็นบัญชีที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอ 60-70%
ทั้งนี้ สำหรับการเทรดหุ้นในตลาดต่างประเทศ ถือว่าสร้างผลกำไรให้นักลงทุนค่อนข้างมาก โดยลูกค้าบางรายที่ลงทุนตั้งแต่ต้นปีมีกำไรถึง 100% โดยปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเทรดได้ใน 6 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ในสัดส่วน 90% รองลงมาคือ สิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ ญี่ปุ่น และ มาเลเซีย
บริษัทยังมีบริการอินเตอร์เน็ตเทรดดิ้ง ซึ่งปัจจุบันการใช้บริการของลูกค้าเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยบริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ในส่วนนี้ราว 11-12% เป็นอันดับ 1 ในตลาด ซึ่งธุรกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทได้พัฒนาและขยายบริการจะเป็นการรองรับการเปิดเสรีนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในอนาคต
นายสุชาย กล่าวต่อว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้นคงจะต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมือง ถือว่าเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตามองและเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลว่าจะทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้น ถึงแม้เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยหนุนในระดับหนึ่งก็ตาม และหากในช่วงสั้นไม่มีปัจจัยอะไรที่รุนแรงเข้ามากระทบ เชื่อว่าดัชนีจะสามารถทรงตัวต่อไปจนถึงสิ้นปี 52 ส่วนเม็ดเงินของต่างประเทศเชื่อว่ายังคงเข้ามาต่อเนื่องภายใต้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า
ขณะนี้บริษัทยังเตรียมยื่นข้อมูลขอกระจายหุ้นให้กับลูกค้า 2-3 รายต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 100 ล้านบาท/ราย โดยทั้งหมดมีแผนจะเข้าจดทะเบียนตลาด เอ็ม เอ ไอ ในปี 53