MILL บวก 7.69% มาอยู่ที่ 2.52 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท เมื่อเวลา 14.48 น. มูลค่าการซื้อขาย 67.28 ล้านบาท ราคาเปิดตลาดที่ 2.34 บาท ราคาสูงสุดที่ 2.62 บาท ราคาต่ำสุดที่ 2.34 บาท
ส่วน MILL-W1 อยู่ที่ 0.96 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท (+6.67%) มูลค่าการซื้อขาย 4.36 ล้านบาท
นายสุรศักดิ์ กาเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)กล่าวว่า ราคาหุ้นบมจ.มิลล์คอนสตีลอินดัสทรีส์ (MILL) และ MILL-W1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นรูปแบบเทคนิคเคิลรีบาวน์ เป็นแรงซื้อเข้ามามาก แต่ระหว่างทางมีแรงขายตลอดเวลาไม่ใช่ทิศทางขาขึ้นอย่างแท้จริง ดังนั้นนักลงทุนต้องระมัดระวังในการลงทุน ควรซื้อแบบเก็งกำไรช่วงสั้น เล่นแบบ Short term
ทั้งนี้ให้ราคา MILL แนวรับที่ 2.40 บาท แนวต้านที่ 2.80 บาท
MILL-W1 มีความกังวลเรื่องสภาพคล่องต่ำด้วยนักลงทุนต้องระมัดระวังให้ลงทุนตัวแม่ดีกว่า โดยแนวรับที่ 0.90 บาท แนวต้าน 1.10 บาท
บทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก ยัง แนะนำซื้อลงทุน ราคาเหมาะสมที่ 2.90 บาท ผลประกอบการ 1Q53 มีกำไรสุทธิ 1Q53 ที่ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138% YoY แต่ลดลง 53% QoQ ซึ่งใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้ โดยปริมาณการขายเหล็กโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1 แสนตัน (รวมทั้งเหล็กเส้น, เหล็กรูปพรรณ และเหล็กเกรดพิเศษ) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขายได้ 8 หมื่นตัน แต่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนที่ 1.07 แสนตัน ด้านราคาขายเฉลี่ยยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
ทั้งนี้แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/53 ดีขึ้นต่อเนื่องเนื่องจากแนวโน้มราคาขายที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งยังจะช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่คาดว่าปริมาณขายจะสามารถทรงตัวจาก 1Q53 โดยปัจจุบัน MILL มียอดรอส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าใน 2Q53 แล้วกว่า 7-8 หมื่นตัน สำหรับผลประกอบการรวมในปี 53 เราปรับลดคาดการณ์กำไรลงเล็กน้อยเป็น 200 ล้านบาท แต่โครงการGreen Mill จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในอนาคตโดยคาดว่าโครงการนี้จะผลิตเชิงพาณิชย์ปลายปี 54 รับผลบวกชัดเจนปี 55