ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดภาคเช้าบวกเล็กน้อยในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประเมินเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ เงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ยังส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายซบเซาลงด้วย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดภาคเช้าบวก 16.67 จุด หรือ 0.17% แตะที่ 9,940.37 จุด
หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในช่วงเช้าวันนี้ ตามด้วยหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ และกลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ขณะที่หุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางดิ่งลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตแก้วและเซรามิก และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง
ดัชนีนิกเกอิร่วงลงในช่วงเช้า แต่ก็สามารถดีดขึ้นมาเคลื่อนไหวในแดนบวกในช่วงสาย เนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงเมื่อวันก่อน ถึงกระนั้นก็ตาม ภาวะการซื้อขายยังคงผันผวนเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากเฟดประเมินภาวะเศรษฐกิจด้วยท่าทีระมัดระวัง และหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านที่ร่วงลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพ.ค.
เฟดประเมินภาวะเศรษฐกิจอย่างระมัดระวังภายหลังการประชุมที่เสร็จสิ้นเมื่อคืนนี้ โดยเฟดระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ 'ยังคงดำเนินต่อไป' ขณะที่ตลาดแรงงานค่อยๆปรับตัวดีขึ้นและตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ก็ถูกจำกัดด้วยอัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เฟดระบุว่าวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ประจำเดือนพ.ค.ร่วงลง 32.7% มาอยู่ที่ระดับ 300,000 ยูนิต/ปี ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 410,00 ยูนิต เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการซื้อบ้าน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายลดหย่อนภาษีของรัฐบาลได้หมดอายุลงในเดือนเม.ย.