ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินเยนยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 188.03 จุด หรือ 1.96% แตะที่ 9,382.64 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.เป็นต้นมา
ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ร่วงลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตแก้วและเซรามิก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ กลุ่มน้ำมันและถ่านหิน ดีดตัวขึ้นในวันนี้
การร่วงลงของตลาดหุ้นทั้งในสหรัฐและยุโรป ส่งผลให้นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นในตลาดโตเกียว หลังจากสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 52.9 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 62.8 จุด จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 62.7 จุด
นอกจากนี้ คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด รายงานว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ของจีนขยับตัวขึ้นเพียง 0.3% ซึ่งเป็นระดับที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 5 เดือน โดยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจของจีนปรับตัวขึ้นน้อยกว่าที่เพิ่มขึ้น 1.7% ตามรายงานเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจที่ซบเซาส่งผลกระทบให้ตลาดหุ้นจีนเผชิญช่วงขาลง
เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโร ได้ฉุดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออกร่วงลงด้วย เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้กำไรในต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นหดตัวลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกกังวลกับข่าวที่ว่าระบบการเงินของยุโรปกำลังขาดสภาพคล่องอยู่กว่า 1 แสนล้านยูโร เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ในยุโรปต้องเร่งระดมเงินเพื่อชำระคืนเงินกู้ฉุกเฉินให้กับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มูลค่า 4.42 แสนล้านยูโร (5.455 แสนล้านดอลลาร์) ภายในวันพฤหัสบดีนี้