ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ได้ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายซบเซาลง และบดบังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทญี่ปุ่น นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความกังวลว่า สหรัฐอาจเผชิญกับภาวะเงินฝืดแบบเดียวกับญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 158.72 จุด หรือ 1.64% ปิดที่ 9,537.30 จุด
ราคาหุ้นดิ่งลงทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า และกลุ่มขนส่งทางบก
โบรกเกอร์กล่าวว่า เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวล เพราะเงินเยนที่แข็งค่าจะทำให้กำไรในตลาดต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นลดน้อยลงด้วย โดยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราช่วงบ่ายวันนี้ ค่าเงินดอลลาร์ดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนที่ 86.25 เยน
หุ้นบางกลุ่มได้แรงหนุนจากการที่บริษัทญี่ปุ่นรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งและปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ รวมถึงโซนี่ คอร์ป และฟูจิตสึ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายยังคงซบเซาเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากนายเจมส์ บุลลาร์ด ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ได้ออกมาแสดงความวิตกกังวลว่า สหรัฐอาจเผชิญกับภาวะเงินฝืดแบบเดียวกับญี่ปุ่นหากเศรษฐกิจอ่อนแอลง ซึ่งภาวะเงินฝืดจะลุกลามจนทำให้ราคาสินค้า มูลค่าที่อยู่อาศัย มูลค่าหุ้น และอัตราค่าแรงหดตัวลงด้วย
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาดูตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2 ปี 2553 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยในคืนวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวในอัตรา 2.3% ต่อปี ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.7% ต่อปี