PHATRA ลุ้นครึ่งปีหลังรับผลบวกวอลุ่มตลาดเพิ่ม/ปรับโครงสร้างรายได้ค่าคอมฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday September 6, 2010 16:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภินันท์ เกลียวปฎินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร(PHATRA)เปิดเผยว่า แนวโน้มผลงานในครึ่งปีหลังยังต้องรอดูผลของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์(วอลุ่ม)ของตลาดรวมที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างหนาแน่นขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ภาพรวมดีขึ้น แต่ก็คงต้องรอดูในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีนี้

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัทปรับเปลี่ยนการคิดอัตราค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์(คอมมิชชั่น)ในส่วนของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศจากอัตราคงที่ 0.15% เป็นการกำหนดตามส่วนแบ่งรายได้ โดยเป็นส่วนของ บล.ภัทร 60% และเมอริลลินช์ 40% เพื่อความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ ซึ่งหลังจากปรับเปลี่ยนในช่วง 2 เดือนแรก รายได้จากค่าคอมมิชชั่นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง คงต้องรอดูไปเรื่อยๆ ก่อน

นายอภินันท์ กล่าวว่า หลังจากใช้อัตราค่าคอมมิชชั่นแบบขั้นบันได ทำให้ค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ยตกลงมาเหลือ 0.18% ในครึ่งปีแรก จากปี 52 อยู่ที่ 0.20% โดยสัดส่วนรายได้จากลูกค้าสถาบันในและต่างประเทศอยู่ที่ 60% นักลงทุนรายย่อยอยู่ 40%

สำหรับงานด้านวาณิชธนกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทจะมีรายได้จากดีลขนาดใหญ่คือการเพิ่มทุนของบมจ.การบินไทย(THAI) และดีลขายหุ้น IPO ของ CIMB กรุ๊ป โฮลดิ้ง แต่ดีลหลังยังมีข้อติดขัดเรื่องกฎระเบียบ ส่วนดีลขายหุ้น IPO ของบมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง ต้นปี 54 นอกจากนี้ ยังมีดีล M&A อีกหลายดีล

ขณะที่พอร์ตการลงทุนของบริษัท ปัจจุบันพอร์ตลงทุนระยะยาวอยู่ที่ 1.8-1.9 พันล้านบาท จากช่วงต้นปีอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ส่วนพอร์ตลงทุนระยะสั้นอยู่ที่ 600-700 ล้านบาททั้งตราสารทุนและตราสารอนุพันธ์ โดยในช่วงครึ่งปีแรกสัดส่วนรายได้จากธุรกิจลงทุนของบริษัทขยับขึ้นมาที่ 38% ของรายได้ทั้งหมด จากปี 52 อยู่ที่ 30% ซึ่งในอนาคตบริษัทตั้งเป้าเพิ่มเป็น 30-40% ขึ้นอยู่กับภาวะตลาด การระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน และวอลุ่มตลาด

นายอภินันท์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายวิจัยของ PHATRA คาดว่าตลาดหุ้นไทยจากนี้ไปน่าจะมีการปรับฐาน เพราะขณะที่หุ้นขนาดกลาง-เล็กมีค่า PE ที่ระดับ 20-30 เท่าแล้ว ขณะที่มองไตรมาส 3/53 หากดูกำไรทั้งตลาดก็ไม่น่าดีมากเหมือนไตรมาส 2/53 แต่ขณะนี้เป็นเรื่องของสภาพคล่อง เงินทุนไหลเข้า และการเก็งกำไรค่าเงิน จึงต้องระมัดระวัง

"ตอนนี้แยกไม่ออกว่าเข้ามา เพราะมั่นใจพื้นฐานหรือเก็งกำไร ซึ่งก็มีคนเตือนเยอะ เพราะเวลาออกจะลงแรง"นายอภินันท์ กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ