หุ้น TCAP เปิดบวกสวนตลาด 1.45% มาอยู่ที่ 35.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 64.91 ล้านบาท เมื่อเวลา 9.58 น.
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชียพลัส ปรับเพิ่ม Fair Value ปี 53 ของ TCAP ขึ้นจากเดิม 42% เป็น 55 บาท เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อบริษัท จากแผนควบรวมกิจการระหว่าง TCAP กับ SCIB ที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 54
ปัจจุบัน TCAP สามารถรับรู้กำไรได้อย่างเต็มที่จาก SCIB ตั้งแต่งวด 3Q53 แล้ว อีกทั้ง TCAP ได้เร่งเดินหน้าสร้างรายได้จาก Synergy ทางธุรกิจ โดยการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เงินฝาก ที่เป็นรูปแบบเดียวกันแล้วของทั้ง 2 องค์กร รวมถึงการทำ Cross selling โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์กองทุนของบริษัทในเครือ TCAP ผ่านสาขาของ SCIB ที่มีอยู่กว่า 500 แห่งทั่วประเทศ จะหนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทให้สดใส
ฝ่ายวิจัยประเมินสัดส่วนของกำไรสุทธิของ TCAP ในงวด 2H53 ถึง 55% ของกำไรสุทธิรวมทั้งปี 53 และคาดกำไรสุทธิปี 54 จะเติบโตต่อเนื่องในระดับสูงถึง 16.1% yoy
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็น ธ.พ. 1 ใน 2 อันดับแรก ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น เนื่องจากมีโครงสร้างสินเชื่อที่เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวถึง 47% ขณะที่มีโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ถึง 82% ทำให้ได้รับผลบวกต่อNIM สูง โดยทุกๆ 25bp ที่อัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้นจะทำให้ NIM ของ TCAP เพิ่มขึ้น 2.5bp และ 6.5bp จากสมมติฐาน NIM เดิมที่3.80% และ 3.91% ในปี 53-54 ตามลำดับ และได้รับผลกระทบน้อยต่อกรณีที่ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องการลดรายได้ค่าธรรมเนียมฯ รวมไปถึง Spread เนื่องจาก TCAP มี Net margin สูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มฯ (รองจาก KK) ถึง 2.87% และมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฯ ต่ำเพียง 7% เท่านั้น
ด้วยปัจจัยบวกดังกล่าว จึงปรับเพิ่ม Fair value ของ TCAP อิง PBV 1.9 เท่าปี 53 คือ 55 บาท ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯที่ PBV 1.8 เท่า ในปัจจุบัน (จากเดิมอิง PBV ปี 2553 เพียง 1.34 เท่า คือ 38.78 บาท) โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังมีส่วนลดถึง41% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ พร้อมคาดการณ์ Div yield ปี 2553-54 ในระดับเฉลี่ยที่สูงถึง 6-7% p.a. (จ่ายปีละ 2 ครั้ง) อีกทั้งค่า PER เพียง 6 เท่าเศษ ถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่ม จึงเลือก TCAP เป็น Top Picks ของกลุ่ม และแนะนำซื้อสะสมเข้าพอร์ตลงทุน