ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดทรุดลงกว่า 2% ในวันนี้ (8 ก.ย.) เนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออกถูกเทขายอย่างหนัก
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิตกลง 201.40 จุด หรือ 2.18% ปิดที่ 9,024.60 จุด และในระหว่างวัน ดัชนีได้ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 9,000 จุด ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดยหุ้นเกือบทั้ง 33 กลุ่มในตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลง นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินเพื่อผู้บริโภค ตามด้วยกลุ่มหลักทรัพย์ กลุ่มแก้วและเซรามิค ขณะที่หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศยังทรงตัว
โบรกเกอร์กล่าวว่า การแข็งค่าของเงินเยนได้จุดปะทุให้นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นอย่างหนัก และบดบังมุมมองบวกที่ว่า เศรษฐกิจโลกอาจไม่เลวร้ายอย่างที่หวั่นเกรงกันในตอนแรก
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวยังได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงกว่า 1% ของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวสถานะทางการเงินของธนาคารในยุโรป หลังจากหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า การทดสอบภาวะวิกฤติของธนาคารในยุโรปนั้น มีการประเมินความเสี่ยงของธนาคารบางแห่งต่ำเกินไปในเรื่องการถือครองพันธบัตรรัฐบาลที่มีความเสี่ยงสูง
ฟูมิยูกิ นากานิชิ ผู้จัดการทั่วไปของเอสเอ็มบีซี เฟรนด์ ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า เราอาจไม่ได้เห็นหุ้นบวกต่อเนื่อง หากดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 84 เยนปลายๆ
ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ได้ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี ที่ระดับ 83 เยนเศษๆ ในช่วงการซื้อขายที่โตเกียว นอกจากนี้ เงินยูโรยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนด้วย เนื่องจากนักลงทุนยังคลางแคลงใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของผลทดสอบภาวะวิกฤตธนาคารยุโรปเมื่อต้นปีนี้