นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวในแดนบวกต่อเนื่องจากแรงหนุนทั้งปัจจัยต่างประเทศ-ในประเทศ คาดมีโอกาสเห็นนิวไฮ 944-948 จุด หลังครม.ผลักดันงานภายใต้งบประมาณ เชื่อยังเห็นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่แต่อาจเลือกเป็นรายตัว และอาจมีเก็งกำไรในระยะสั้นเกิดขึ้น พร้อมให้แนวรับ 930 จุด และแนวต้านที่ 944-988 จุด
นายวิจิตร ถิรวรรณรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส บล.พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้ามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวาน และมีโอกาสปรับขึ้นไปทำนิวไฮที่ 944-948 จุด และหลังจากนั้นอาจจะเห็นการปรับตัวลงลงเล็กน้อยในช่วงสั้นที่เกิดจากขายทำกำไร และก็จะดีดกลับมาเหมือนเดิม
แรงหนุนหลักวันนี้มาจากปัจจัยในประเทศ หลังจาก ครม.เร่งรัดการเบิกจ่ายงบในปี 54 , การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และการเร่งให้ร่างกฎหมาย กสทช.เป็นวาระเร่งด่วนในการพิจารณาของสภาฯ ส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มรับเหมาและก่อสร้างมากที่สุด รวมทั้งจะมีการเลือกลงทุนรายตัวจากข่าวดี เช่น PTT และ BANPU รวมทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนั้น อาจมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มสื่อสารเข้ามา ซึ่งเป็นการเก็งกำไรเรื่อง 3G
ขณะที่ตลาดต่างประเทศยังส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยด้วย จากดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้น และการประชุมเฟดเมื่อคืนนี้คงอัตราดอกเบี้ย และมีทีท่าว่าในอนาคตจะเห็นการอัดฉีดเงินที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จาก 1.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดจะเห็นในเดือนพ.ย ถือว่าส่งผลต่อ sentiment ในเชิงบวก
พร้อมให้แนวรับที่ 930 จุด และแนวต้านที่ 944-988 จุด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าคงดีดตัวขึ้นต่อ เพราะดูจาก sentiment เมื่อวานนี้ต่างชาติซื้อสุทธิค่อนข้างมากคงเป็นตัวหนุนหลักในวันนี้ แต่อาจจะมีปัจจัยลบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาที่ 73.52 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นตัวฉุดตลาดได้ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าโมเมนตั้มในประเทศะเป็นขับเคลื่อนหลัก แต่ก็คงไม่สามารถทะลุผ่าน High เดิมที่ 944 จุดได้
ส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้แกว่งตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมองว่าคงเป็นการปรับฐาน และการที่เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0-0.25% เมื่อคืนนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้วคงไม่ได้มีผลมาก โดยแนะนำเทรดดิ่งในหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก พร้อมให้แนวรับ 920,925 จุด แนวต้าน 944 จุด
ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน
- ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด(22 ก.ย.)ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 10,761.03 จุด เพิ่มขึ้น 7.41 จุด( +0.07 %)เอส
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,609.00 ล้านบาทเมื่อ 22 ก.ย.53
- ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุดที่ 73.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.34 ดอลลาร์หรือ 1.79 %
- "กรณ์"ยกเหตุค้านซื้อคาร์ฟูร์ อ้างไม่ใช่ธุรกิจหลัก ปตท.ชี้อาจเป็นความเสี่ยงในอนาคต การเมืองแทรก ปตท.บีบถอนตัวซื้อห้างคาร์ฟูร์ "วรรณรัตน์" ลั่นกลาง ครม. สั่งยุติซื้อกิจการ นายกฯ อ้างขัดรัฐธรรมนูญหน่วยงานรัฐ แข่งขันธุรกิจกับเอกชนไม่ได้ ปตท. อึดอัดถูกการเมืองบีบ แจงซื้อคาร์ฟูร์ หวังต่อยอดธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน แต่จำยอมถอนตัว
- "ธาริษา" ยืนยันดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยกดดันค่าบาทแข็ง เหตุไทยต่ำเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค เล็งออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทเพิ่มหากจำเป็น นายแบงก์หนุนมาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทตลาดตราสารหนี้ ด้านนักเศรษฐศาสตร์ชี้ เอเชียร่วมผลักดันเศรษฐกิจโลกยังมีอุปสรรค เช่นเดียวกับไทยที่พร้อมถูกแย่งโอกาสจากคู่แข่งหากยังมีปัญหาในประเทศทั้งการค้าและการลงทุน
- แบงก์ชาติเผยหากต้องการให้เศรษฐกิจโตได้ในระดับ 5-6% ในอีก 5 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องมีการลงทุนที่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 10.3-12.7% โดยต้องได้รับแรงกระตุ้นจากภาครัฐทั้งในเชิงมหภาค - จุลภาค ขณะเดียวกันควรปลดล็อกประเด็นกฎหมายในบางเรื่อง พร้อมระบุช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา ไทยมีสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีต่ำเพียง 20% เป็นรองบ๊วยของภูมิภาค
- ธปท.ระบุแบงก์พาณิชย์ส่งข้อเสนอการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขตมาแล้ว เตรียมเรียกประชุมสมาคมแบงก์อีกครั้ง วันที่ 27 ก.ย.นี้ ชี้อาจผ่อนปรนให้คิดค่าธรรมเนียมบางส่วนออกไปอีก 6-12 เดือน หลังจากนั้น ต้องฟรี ขณะที่ "บัณฑูร" แนะรัฐมองโจทย์วงกว้างทุกมิติไม่ใช่แค่ราคาพร้อมหารือร่วมรัฐและเอกชนเพื่อหาจุดสมดุลของวัตถุประสงค์ต่างๆ และเกิดโครงสร้างการทำงานที่ดี