ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สั่ง บมจ.เพียร์ ฟอร์ ยู [PEER] ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินปี 68 ซึ่งผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตกรณีธุรกิจที่บริษัทลงทุนในปี 67 โดยปี 68 บริษัทบันทึกด้อยค่าค่าความนิยมเพิ่มเติมและด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน รวม 278 ล้านบาท (71% ของขาดทุนสุทธิ) เป็นสาเหตุสำคัญทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูลสำคัญในงบการเงินที่อาจกระทบต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการประกอบธุรกิจของบริษัท
ตลท.ขอให้ PEER ชี้แจงภายในวันที่ 9 เม.ย.69 ส่วนความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 17 เม.ย.69 พร้อมขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินและติดตามคำชี้แจงของบริษัท
PEER แจ้งผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกันมากกว่า 3 ปี ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว โดยบริษัทชี้แจงว่าผลการดำเนินงานปี 68 กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากการด้อยค่าค่าความนิยมและด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งรายการดังกล่าวเกิดจากเงินลงทุนที่บริษัทซื้อในปี 67
ในระหว่างปี 67-68 PEER มีการซื้อเงินลงทุนในบริษัทจดทะเบียนและบริษัทอื่นๆ หลายแห่ง ดังนี้
เดือน มี.ค.-พ.ค. 67 บริษัทเข้าลงทุนใน บจก.เนสท์ติฟลาย (NTF), บจก.แฮปปี้ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส (HPS) และบจก.พรอสเพอร์พลัส (PPP) มูลค่ารวม 725 ล้านบาท ซึ่งมีการทยอยบันทึกด้อยค่าค่าความนิยมในปี 67-68 รวม 438 ล้านบาท (80% ของมูลค่าค่าความนิยม) และบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนของ NTF 120 ล้านบาท (63% ของมูลค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน) โดยในเดือน ม.ค. 69 คณะกรรมการบริษัทมีมติขาย NTF ให้แก่บริษัทย่อยของ บมจ.เทคลีด เอ็นพีเอ็น [TL] ในราคา 114 ล้านบาท และมีมติระงับการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของ PPP ซึ่งบริษัทเคยเปิดเผยข้อมูลว่าได้ติดตามให้ผู้ขายชำระหนี้เงินชดเชยกรณี PPP ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้จำนวน 4 ล้านบาท
เดือน มิ.ย.-ส.ค.68 บริษัทจ่ายเงินมัดจำเพื่อตรวจสอบสถานะกิจการแห่งหนึ่ง 30 ล้านบาท ภายหลังไม่สามารถตกลงราคาซื้อขายได้ จึงขอยกเลิกการลงทุนและขอคืนเงินมัดจำ อย่างไรก็ตาม เดือน ม.ค. 69 บริษัททำสัญญาซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งกับผู้ขาย โดยหักกลบลบหนี้ระหว่างกันและชำระค่าหุ้นอีก 6 ล้านบาท รวมชำระเงินค่าหุ้น 36 ล้านบาท
เดือน ธ.ค. 68 บริษัทได้รับชำระหนี้จาก บมจ.เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) [NATION] 111 ล้านบาท โดยในวันเดียวกันบริษัทนำเงินที่ได้รับคืนทั้งจำนวนไปลงทุนต่อในหุ้น NATION ทำให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 19% ทั้งนี้ ในงบการเงิน ไตรมาส 3/68 NATION มีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ 118 ล้านบาท และงบการเงินปี 2568 มีส่วนผู้ถือหุ้น 102 ล้านบาท
ดังนั้น ขอให้ PEER ชี้แจงข้อมูลดังนี้
1. ภาพรวมการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน สาเหตุที่ระงับการขอใบอนุญาตของ PPP และความคืบหน้าในการติดตามเงินชดเชยจากผู้ขาย รวมถึงนโยบายการประกอบธุรกิจในอนาคตภายหลังจากการขาย NTF
2. ความสมเหตุสมผลในการพิจารณาแต่ละรายการ ปฏิบัติตามเกณฑ์แล้วหรือไม่ อย่างไร (เช่น รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน) รวมถึงประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับและผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัท
- การคืนเงินมัดจำโดยการหักกลบลบหนี้ด้วยหุ้นบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่ง และบริษัทต้องชำระค่าหุ้นส่วนเกินอีก 6 ล้านบาท
- การนำเงินที่ได้รับจากการชำระหนี้ทั้งจำนวน (111 ล้านบาท) ไปลงทุนในหุ้น NATION
- ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลความเสี่ยงจากการลงทุนในธุรกิจและการลงทุนในหลักทรัพย์