บมจ.สหกลอิควิปเมนท์ [SQ] ได้รายงานข้อมูลและแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาผ่านการประชุม Public Presentation ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจากหลักทรัพย์ของบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย "CS" (Financial Statements) และ "CB" (Caution Business) สืบเนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินไตรมาส 1/69 จากความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานต่อเนื่อง
สาเหตุวิกฤต คือ หนี้สินหมุนเวียนพุ่ง-ดินถล่มเหมืองแม่เมาะ 8 พ่นพิษ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัท SQ มีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวมถึง 2,035 ล้านบาท ซึ่งรวมหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 637 ล้านบาท เหตุสำคัญมาจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติดินถล่มที่โครงการเหมืองแม่เมาะ 8 เมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ปฏิบัติงาน อาคารสำนักงาน และระบบสายพานทั้งหมดจนต้องหยุดดำเนินงาน โดยบริษัทประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นสูงถึง 1,445 ล้านบาท ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลประกอบการ ดังนี้ ปี 68 ขาดทุนสุทธิ 931 ล้านบาท (ตัดจำหน่ายทรัพย์สินเสียหาย 351 ล้านบาท) ไตรมาส 1/69 ขาดทุนสุทธิต่อเนื่องอีก 198 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายจากการฟื้นฟูระบบสายพานและเครื่องจักร 105 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร 76 ล้านบาท และค่าแรงพนักงานรวมต้นทุนอื่น ๆ
ขณะที่การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 26 พ.ค.69 เพื่อขอผ่อนผันเหตุผิดนัดและปรับโครงสร้างหนี้หุ้นกู้ทั้ง 6 รุ่น ปรากฏผลการลงมติที่หลากหลาย ดังนี้ รุ่น SQ256A และ SQ266A: ที่ประชุมมีมติ "ไม่อนุมัติ" ทั้งการผ่อนผันเหตุผิดนัดและไม่อนุมัติการปรับโครงสร้างหนี้ รุ่น SQ25NA และ SQ285A: ที่ประชุมมีมติ "อนุมัติ" ทั้งการผ่อนผันเหตุผิดนัดและปรับโครงสร้างหนี้ รุ่น SQ275A: ที่ประชุมมีมติ "อนุมัติ" การผ่อนผันเหตุผิดนัด แต่ "ไม่อนุมัติ" การปรับโครงสร้างหนี้ รุ่น SQ25NB: ที่ประชุมมีมติอนุมัติการผ่อนผันเหตุผิดนัด แต่ไม่ครบเป็นองค์ประชุมในวาระการปรับโครงสร้างหนี้ จึงต้องเลื่อนการประชุมวาระนี้ออกไปภายในวันที่ 9 มิ.ย.69
นอกจากนี้ ในส่วนของเงินนำฝากเข้าบัญชีหลักประกันงวดเดือนเม.ย.69 จำนวน 20.75 ล้านบาท ที่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ยื่นให้จัดการภายใน 30 วันนั้น ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้นำฝากเนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่อง 7 แนวทางเสริมสภาพคล่อง
นายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SQ เปิดเผยแนวทางเร่งด่วนเพื่อกู้สถานการณ์และเสริมสภาพคล่องของบริษัทฯ โดยมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือนในการเจรจากับทุกฝ่าย
การฟื้นฟูโครงการแม่เมาะ 8 ปัจจุบันซ่อมแซมและสั่งซื้ออุปกรณ์ใหม่ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมกลับมาดำเนินงาน โดยอยู่ระหว่างรอการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) อนุญาตให้เริ่มงาน พร้อมกับเร่งติดตามค่าสินไหมทดแทน ซึ่งไตรมาส 1/69 ได้รับมารอบแรกแล้ว 60 ล้านบาท คาดว่าไตรมาส 2/69 จะได้เพิ่ม 100-150 ล้านบาท และจะได้รับครบถ้วนต้นปี 2570
ส่วนการเจรจาแหล่งเงินและหนี้สิน อยู่ระหว่างเจรจาขายกระแสเงินสดที่จะได้รับจากโครงการ BLT ซึ่งคาดว่าจะเหลือเงินสดสุทธิเป็นทุนหมุนเวียนฉุกเฉินปี 69 ราว 250 ล้านบาท (หลังหักชำระหนี้แบงก์) พร้อมทั้งขอวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินสำหรับโครงการแม่เมาะ 8/1 และยืดหนี้กับบุคคลภายนอกรวมถึงเจ้าหนี้การค้า
บริษัทยังจะจัดหาโครงการอนาคต โดยเตรียมขอสินเชื่อเพิ่มเพื่อลงทุนโครงการใหม่ เช่น โครงการแม่เมาะ 10 และโครงการหงสา เพื่อทยอยคืนเงินต้นหุ้นกู้ในช่วงปี 71-73 ทั้งนี้ ปัจจุบัน SQ ยังคงมีมูลค่างานคงเหลือตามสัญญา (Backlog) สูงถึง 13,187 ล้านบาท ทั้งโครงการที่แม่เมาะและโครงการหงสา ซึ่งเริ่มดำเนินงานและอยู่ระหว่างรอรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง