บมจ.การบินไทย [THAI] แจ้งความคืบหน้าการครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up) สำหรับหุ้นเพิ่มทุนที่จัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเตรียมปลดล็อกหุ้นส่วนที่เหลืออีก 75% ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ หลังจากส่วนแรก 25% ได้ครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
เมื่อพ้นกำหนดในวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะมีหุ้นของบริษัทฯ ทั้งในส่วนของเจ้าหนี้ตามแผนและหุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) หลุดจากข้อกำหนดห้ามขายรวมทั้งสิ้น 19,802,574,214 หุ้น หรือคิดเป็น 70% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ของบริษัทฯ
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเตรียมความพร้อมในการนำหุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป
อนึ่ง ตามที่บริษัทได้ดำเนินการแปลงหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามแผนฟื้นฟูกิจการจนเสร็จสมบูรณ์ ตลอดจนได้ดำเนินการเป็นผลสำเร็จ ตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้อนุมัติให้หลักทัรพย์ของบริษัท พ้นเหตุอาจถูกเพิกถอน และให้หลักทรัพย์ของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว
โดยเพื่อความสำเร็จของการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพด้านราคาหุ้นของบริษัทฯ ภายหลังจากที่หุ้นของบริษัทฯ กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ผู้บริหารแผนได้กำหนดห้ามเจ้าหนี้ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน (รวมถึงผู้รับโอนหุ้นดังกล่าวในทุกทอดในช่วงระยะเวลาที่ผู้บริหารแผนกำหนดไว้ก่อนที่หุ้นของบริษัทฯ จะกลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ขายหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ ซึ่งอยู่ในรูปแบบใบหุ้น (Scrip) และถูกเก็บรักษาไว้ที่ผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน (Custodian) ที่บริษัทฯ กำหนด
ในการนำหุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการห้ามผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ขายหุ้นจำนวน 55% ของทุนชำระแล้วของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในรูปแบบไร้ใบหุ้น (Scripless) และได้ถูกฝากไว้ในบัญชีบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Account) หรือ บัญชี 600 ที่บริษัทฯ เปิดไว้กับบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) จนกว่าจะครบระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
โดยหุ้นจำนวน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขายทั้งหมดซึ่งถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) ได้ครบกำหนดช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา และหุ้นส่วนที่เหลือซึ่งถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Shareholders) อีกจำนวน 75% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขายทั้งหมด จะครบกำหนดช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้นเมื่อพ้นวันที่ 3 ส.ค. 69 (รวมเรียกว่า "เกณฑ์ Silent Period")
ทั้งนี้ เมื่อครบระยะเวลาห้ามขายหุ้นสำหรับช่วงเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะมีหุ้นของบริษัทฯ ที่ถูกห้ามขายภายใต้ข้อกำหนด Creditors Lock-up และตามเกณฑ์ Silent Period ของตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งสิ้นอีกจำนวน 19,802,574,214 หุ้น หรือคิดเป็น 70.0% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ที่จะหลุดพ้นจากข้อกำหนดห้ามขายหุ้นข้างต้นนั้น
บริษัทฯ เผยว่า วิธีการรับคืนใบหุ้นฉบับที่ 2 สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีกจำนวน 75% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับการจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งถูกห้ามขายภายใต้ข้อกำหนด Creditors Lock-up เมื่อพ้นวันที่ครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นในส่วนที่เหลือ รวมถึงรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะมีวิธีการดำเนินการเช่นเดียวกับที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้สำหรับการรับคืนใบหุ้นฉบับที่ 1 เมื่อพ้นวันที่ครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นในคราวแรก โดยมีวิธีการรับคืนใบหุ้น 2 วิธีการ คือ วิธีที่ 1 รับใบหุ้นผ่านทางไปรษณีย์แบบด่วนพิเศษ (EMS) ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือวิธีที่ 2 รับหุ้นในรูปแบบ Scripless ผ่านการฝากหุ้นเข้าไว้ในบัญชีบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Account) หรือ บัญชี 600 ที่บริษัทฯ เปิดไว้กับ TSD
ในการนี้ ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนหรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้รับโอนหุ้นดังกล่าวสามารถศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทางเลือกในการรับคืนใบหุ้นฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนที่เหลืออีกจำนวน 75% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรรจากการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งถูกห้ามขายภายใต้ข้อกำหนด Creditors Lock-up ที่จะครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้นสำหรับช่วงเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นของบริษัทฯ กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ กล่าวคือ เมื่อพ้นวันที่ 3 ส.ค.69