STAR เล็งใช้เงินราว 70.8 ลบ.เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะแม่สอด-ป้ายโฆษณา,ศึกษาลงทุนบ.ในออสเตรเลีย

ข่าวหุ้น-การเงิน 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560 10:35 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.สตาร์ ยูนิเวอร์แซล เน็ตเวิร์ค (STAR) แจ้งการดำเนินตามแผนธุรกิจประจำปี 60 เตรียมใช้เงินราว 70.8 ล้านบาท เพื่อเข้าศึกษาลงทุนในโรงไฟฟ้าขยะชุมชน อ.แม่สอด จ.ตาก ขนาด 400 กิโลวัตต์ (kW) และธุรกิจ้านสื่อประชาสัมพันธ์ ติดตั้งและบำรุงรักษาป้ายโฆษณา ซึ่งล่าสุดได้วางเงินมัดจำซื้อหุ้น 2 บริษัทแล้ว 23 ล้านบาท พร้อมทั้งยังจ่ายเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าค่าหุ้นจำนวน75 ล้านบาทในรูปแบบของตั๋วแลกเงิน สำหรับการจะเข้าลงทุน 60% ในบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประกอบธุรกิจการคัดแยกขยะ กำจัดขยะ และรีไซเคิลขยะ

STAR ระบุว่าในช่วงไตรมาส 1/60 บริษัทได้จ่ายเงินมัดจำและเงินล่วงหน้าค่าหุ้นจำนวน 23 ล้านบาท ให้กับบริษัท 2 แห่ง เนื่องจากบริษัทได้จัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อจะร่วมลงทุน ได้แก่ 1.บริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตพลังงานในโครงการพลังงานไฟฟ้าจากขยะ โดยบริษัทได้เข้าลงนามในบันทึกข้อตกลงซื้อขายหุ้น 30% ของทุนจดทะเบียนในวันที่ 3 มี.ค.60 และจ่ายเงินมัดจำและเงินล่วงหน้าค่าหุ้นเป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาทให้แก่ผู้เสนอขายเพื่อยืนยันความประสงค์ที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จำกัด

ทั้งนี้ จีเนียส เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ดำเนินธุรกิจคัดแยกขยะ ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะชุมชนแม่กุ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก กำลังการผลิตติดตั้งขนาด 400 kW และกำลังผลิตจำหน่ายแก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตามสัญญาขนาด 350 kW ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจเพื่อตกลงราคาซื้อขายหุ้น กำหนดระยะเวลาตรวจสอบเอกสาร 60 วัน นับจากวันที่ 9 ก.พ.60 และอีก 30 วันเพื่อตกลงเจรจาซื้อขายหุ้นให้แล้วเสร็จ รวมระยะเวลา 90 วัน และต่อออกไปอีก 30 วันเมื่อมีการบอกกล่าวระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเห็นชอบร่วมกัน โดยประมาณการเงินลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ 30 ล้านบาท

2.บริษัท เพิร์ล แอนด์ ดีน มีเดีย เซอร์วิส จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตดูแลบำรุงรักษา ทำความสะอาดติดตั้งแผ่นป้ายโฆษณา และซ่อมแซมบำรุงป้ายโฆษณา โดยบริษัทได้เข้าลงนามในบันทึกข้อตกลงซื้อขายหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 92% เป็นจำนวนเงิน 40.80 ล้านบาท วันที่ 9 มี.ค.60 และจ่ายเงินมัดจำและเงินล่วงหน้า 20 ล้านบาทเพื่อยืนยันความประสงค์ที่จะซื้อหุ้นดังกล่าว ส่วนที่เหลือ 20.80 ล้านบาท จะชำระในวันที่ผู้ขายได้โอนหุ้นที่ซื้อขายให้แก่บริษัท

อย่างไรก็ตาม บริษัทสงวนสิทธิที่จะยกเลิกการซื้อขาย หรือเจรจาปรับลดราคาซื้อขาย หากผลการตรวจสอบสถานะของบริษัท เพิร์ล แอนด์ ดีน มีเดีย เซอร์วิส จำกัด แสดงให้เห็นว่ามูลค่ากิจการของบริษัทอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญด้วยเหตุประการใดก็ตาม และหากบริษัทยกเลิกการซื้อขายหุ้นดังกล่าวผู้ขายตกลงที่จะคืนเงินจำนวน 20 ล้านบาทให้ภายใน 60 วัน บันทึกข้อตกลงมีระยะเวลาครบกำหนด 120 วันนับจากวันที่บันทึก

ทั้งนี้ บริษัทได้รับจำนำหุ้นสามัญของบริษัท เพิร์ล แอนด์ ดีน มีเดีย เซอร์วิส จำกัด ในสัดส่วน 40% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด เพื่อเป็นหลักประกัน ในวันที่ลงนามบันทึกข้อตกลง

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะเข้าซื้อหุ้น 60% ในบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย ที่ประกอบธุรกิจการคัดแยกขยะ กำจัดขยะ

และรีไซเคิลขยะ โดยผ่านบริษัท ศแบง ซัสเทนเอเบิล เอ็นเนอร์ยี จำกัด ที่เป็นบริษัทตัวแทน และมีมติอนุมัติให้วางเงินมัดจำในอัตรา 50% ของมูลค่าซื้อขายหุ้นเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท

บริษัทเข้าทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย โดยผ่านบริษัท ศแบง ซัสเทนเอเบิล เอ็นเนอร์ยี จำกัด ที่เป็นบริษัทตัวแทน โดยเข้าลงนามในบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 เพื่อลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศออสเตรเลียดังกล่าว 30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 60% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยบริษัทได้จ่ายเงินมัดจำและเงินล่วงหน้าค่าหุ้น 75 ล้านบาทให้แก่บริษัท ศแบง ซัสเทนเอเบิล เอ็นเนอร์ยี จำกัด ในรูปแบบของตั๋วแลกเงิน อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดอายุตั๋วระยะเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันที่ออกตั๋วในวันที่ 21 เม.ย.60

ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ ซึ่งหากบริษัทมีความประสงค์จะลงทุนในบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย ผ่านบริษัทตัวแทน บริษัทจะต้องแจ้งความประสงค์การใช้สิทธิแปลงหนี้ตั๋วแลกเงินเป็นหุ้นในบริษัทดังกล่าวในจำนวนไม่เกิน 11.25 ล้านหุ้น และให้ถือว่าดอกเบี้ยที่เรียกเก็บตามตั๋วแลกเงินเป็นโมฆะแต่แรกเริ่ม ระยะเวลาครบกำหนด 90 วัน ตามอายุตั๋วแลกเงินและจะมีต่ออายุออกไปจนกว่าบริษัทไม่ประสงค์จะลงทุน และให้บริษัท ศแบง ซัสเทนเอเบิล เอ็นเนอร์ยี จำกัด จ่ายชำระหนี้เงินกู้จำนวน 75 ล้านบาทคืนให้กับบริษัท ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งจากบริษัทว่าไม่ประสงค์จะลงทุนดังกล่าว

สำหรับแหล่งเงินลงทุนของบริษัทดังกล่าว จะมาจากการเพิ่มทุน จากผู้ถือหุ้น ตามรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2560 เมื่อวัน 27 ม.ค.60 รวมถึงใช้เงินสดคงเหลือและเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการลงทุน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ