PACE เคลียร์ค่าก่อสร้าง PP1 และ PP3 กับกลุ่มเดิมแล้ว-ให้ผู้ลงทุนรายใหม่เข้าซื้อหุ้น-call optionแทน

ข่าวหุ้น-การเงิน Sunday January 21, 2018 15:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้เคยแจ้งว่าบริษัทฯ และ Apollo Asia Sprint Company Limited และ Goldman Sachs Investments Holdings (Asia) Limited (รวมเรียกว่า “ผู้ร่วมลงทุน") อยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการชำระค่าก่อสร้างของบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด (PP1) และ บริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด (PP3) ในโครงการมหานครส่วนที่อาจสูงกว่าจำนวนที่ได้เคยตกลงกับผู้ร่วมลงทุนไว้แต่เดิม ซึ่งอาจมีผลทำให้เงื่อนไขตาม Agreement for Disposition of Net Proceeds Associated with Pace Two มีการเปลี่ยนแปลงนั้น

บัดนี้บริษัทฯ ได้บรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมกับผู้ร่วมลงทุนในเรื่องดังกล่าว และมีการลงนามในสัญญาต่าง ๆ เพิ่มเติม ระหว่างบริษัทฯ และผู้ร่วมลงทุน โดยมีหัวข้อหลักคือเรื่องการหาข้อยุติเกี่ยวกับความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการมหานครของ PP1 และ PP3 ที่อาจสูงเกินกว่าจำนวนที่ได้ตกลงกับกลุ่มผู้ร่วมลงทุนไว้แต่เดิม ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ร่วมลงทุนได้เข้ามาถือหุ้นและบริหารงานร่วมกับบริษัทฯ ในลักษณะที่มีอำนาจควบคุมร่วมกันหรือ joint control ในโครงการดังกล่าวข้างต้น ได้ปรากฏว่ามีกรณีความเห็นแตกต่างระหว่างบริษัทฯ และผู้ร่วมลงทุน ทั้งเรื่องรูปแบบการบริหารจัดการโครงการ รายละเอียดของโครงการ และวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับโครงการ

ประกอบกับ ในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ลงทุนรายใหม่ที่มีศักยภาพทั้งทางด้านเงินทุน และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยส่งเสริมการดำเนินงานของโครงการมหานครทั้งในปัจจุบันและอนาคต ได้แสดงเจตจำนงที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทฯ ในโครงการมหานคร แทนที่ผู้ร่วมลงทุน ใน PP1 และ PP3 ตามที่บริษัทฯ ได้เคยแจ้งไว้ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้เจรจาเพิ่มเติมกับผู้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับเงื่อนไขในการที่ บริษัทฯ หรือผู้ลงทุนรายใหม่จะซื้อหุ้นของผู้ร่วมลงทุนก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่บริษัทฯมีสิทธิที่จะซื้อ (call option) ตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นที่ลงนามไปก่อนหน้านี้ซึ่งบริษัทฯ ขอสรุปข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญดังนี้

1. บริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการมหานครของPP1 และ PP3 ในส่วนที่อาจสูงเกินกว่าจำนวนที่ได้ตกลงกับกลุ่มผู้ร่วมลงทุนไว้ทั้งนี้เป็นเงินจำนวนไม่เกิน 875 ล้านบาท (โดยที่บริษัทฯ คาดว่าจำนวนเงินส่วนเกินนี้ ในทางปฏิบัติน่าจะต่ำกว่า 875 ล้านบาท) โดยการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ทั้งนี้หากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการมหานครของ PP1 และ PP3 จนเสร็จสิ้นเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ บริษัทฯ และผู้ร่วมลงทุนจะรับผิดชอบร่วมกันคนละครึ่ง

2. ผู้ร่วมลงทุน ยินยอมลดราคา และให้สิทธิในการซื้อหุ้นของผู้ร่วมลงทุนทั้งหุ้นใน PP1 และ PP3 และสิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินที่ผู้ร่วมลงทุนและบริษัทในกลุ่มได้ให้แก่ PP1 และ PP3 ในราคาที่ต่ำกว่า 12,604 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงิน 12,604 ล้านบาทนี้เป็นราคาเดิมที่กำหนดไว้ในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นและสัญญากู้ยืมเงินที่ลงนามไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีการกำหนดราคาใหม่ตามเงื่อนเวลาดังต่อไปนี้

ก. 320 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,240 ล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากมีการซื้อขายกันภายในวันที่ 1 เมษายน 2561

ข. 325 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,400 ล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากมีการซื้อขายกันภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2561

ค. 330 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,560 ล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากมีการซื้อขายกันภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2561

ง. 335 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,720 ล้านบาทที่อัตราแลกเปลี่ยน 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากมีการซื้อขายกันภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2561

ทั้งนี้ บริษัทฯ มิได้มีหน้าที่หรือภาระผูกพัน (obligation) ที่จะต้องกระทำการซื้อหุ้นและสิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินจากผู้ร่วมลงทุนภายในเงื่อนไขเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี ราคาใหม่ที่ลดลงจากราคาเดิม ดังกล่าวข้างต้นนั้น จะเป็นเหตุจูงใจและอาจมีผลทำให้ผู้ลงทุนรายใหม่ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (due diligence) ตกลงเข้าทำสัญญาและซื้อหุ้นและสิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินของผู้ร่วมลงทุนทั้งหมดในอนาคต เนื่องจาก ผู้ร่วมลงทุนยินยอมลดราคาซื้อขายหุ้นและสิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินที่ลงทุน ทั้งหมดดังกล่าว อนึ่ง ในปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับ ผู้ร่วมลงทุน และผู้ลงทุนรายใหม่ และหากมีการทำข้อตกลงที่เป็นสาระสำคัญและมีความแน่นอนของธุรกรรมมากกว่านี้ บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

3. เพื่อแสดงถึงความจริงจังและจริงใจของบริษัทฯ ในการเสาะหาผู้ลงทุนรายใหม่เพื่อมาซื้อหุ้นและสิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินจากผู้ร่วมลงทุนในราคาที่ลดลงตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 และเพื่อแสดงว่าบริษัทฯ มิได้เปิดการเจรจากับผู้ร่วมลงทุนเพียงเพื่อสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมและเป็นภาระให้กับผู้ร่วมลงทุน บริษัทฯ ตกลงว่าในระหว่างที่ยังไม่มีการซื้อขายตามข้อ 2 เกิดขึ้น บริษัทฯ จะต้องจ่ายส่วนแบ่งเงินที่เหลือจากการขายเป็นจำนวน 75% จากการขายห้องในอาคารชุดที่พักอาศัยในโครงการเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ของบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทู จ กัด (PP2) หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการขาย การโอนกรรมสิทธิ์การจ่ายคืนเงินกู้แก่เจ้าหนี้ของ PP2 ทุกรายแล้ว ให้แก่ผู้ร่วมลงทุน ทั้งนี้หากมีการซื้อขายตามข้อ 2 เกิดขึ้น ผู้ร่วมลงทุนจะไม่ได้รับส่วนแบ่งเงินจำนวนนี้แต่อย่างใด หรือหากได้รับไปแล้ว ผู้ร่วมลงทุนจะต้องคืนส่วนแบ่งนี้ทั้งหมดโดยการนำไปหักจากราคาที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ทั้งนี้ในการดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าว บริษัทฯ ได้แต่งตั้งผู้ร่วมลงทุนเป็นตัวแทนขายห้อง และผู้ร่วมลงทุนมีสิทธิแต่งตั้งกรรมการใน PP2 และบริษัทฯ ตกลงให้กรรมการที่ผู้ร่วมลงทุนได้แต่งตั้งใน PP1 และ PP3 มีอeนาจลงนามสำหรับดำเนินการขายห้องชุดดังกล่าวเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด

4. ในกรณีที่ไม่เกิดการซื้อขายตามข้อ 2 ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 ให้นำเงินจำนวน 1 ใน 3 ของส่วนแบ่งเงินตามที่ระบุไว้ในข้อ 3 ไปเป็นส่วนลดหากบริษัทฯ ตัดสินใจใช้สิทธิซื้อหุ้นบุริมสิทธิกลุ่ม ค ใน PP1 และ PP3 ในเดือนสิงหาคม 2561 ตามเงื่อนไขในสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นที่ลงนามไปก่อนหน้านี้

บริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า การตกลงตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นจะมีผลดีกับบริษัทฯ จึงได้ลงนามในสัญญาที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2561 และมีผลบังคับในวันที่ 19 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการการลงทุนของผู้ร่วมลงทุนอนุมัติการลงนามในสัญญาฉบับดังกล่าว ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ