BEM อนุมัติยุติข้อพิพาทกับ กทพ.มูลค่ากว่า 1.3 แสนลบ.แลกขยายเวลาสัญญาสัมปทานทางด่วน 37 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 17:49 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 6 ก.พ.62 มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 ในวันที่ 18 มี.ค.62 เพื่อพิจารณาอนุมัติให้บริษัท และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (บริษัทย่อย) ยุติข้อพิพาททั้งหมดกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยการทบทวนและแก้ไขสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนดี) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งในการยุติข้อพิพาททั่งหมดดังกล่ว กทพ.และบริษัท /บริษัทย่อย ตกลงที่จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทานและให้บริษัท ลงทุนปรับปรุงระบบทางด่วนขั้นที่ 2

บริษัท /บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับ กทพ. โดยได้ยื่นเรียกร้องค่าเสียหายจาก กทพ. จำนวน 11 เรื่อง มีมูลค่าฟ้องร้องจนถึงว้นที่ยื่นข้อพิพาททั้งสิ้นประมาณ 54,504 ล้านบาท ซึ่งมีการนำเข้าสู่การพิจารณาในชั้นอนุญาโตตุลาการตามขั้นตอนระงับข้อพิพาทตามสัญญา และในชั้นศาลปกครอง อย่างไรก็ตามยังมีข้อพิพาทตามสัญญาซึ่งมีประเด็นเดียวกันหรือประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันกับข้อพิพาทที่มีการยื่นฟ้องร้องคดีต่อศาล และต่อคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว แต่ยังอยู่ในชั้นตอนคณะผู้พิจารณาและในขั้นตอนยื่นหนังสือบอกกล่าวให้ กทพ.ปฏิบัติตามสํญญาอีก โดยมีมูลค่าข้อพิพาททั้งสองส่วนรวมดอกเบี้ย คำนวณถึงวันที่ 31 ธ.ค.61เป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 137,517 ล้านบาท

ในการยุติข้อพิพาททั้งหมด กทพ.ตกลงที่จะปรับปรุงแก้ไขสัญญาสัมปทาน โดยให้บริษัท ลงทุนก่อสร้างปรับปรุงทางด่วนขั้นที่ 2 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาจราจร ซึ่งการลงทุนก่อสร้างปรับปรุงใช้เงินลงทุนประมาณ 31,500 ล้านบาท

ส่วนกทพ.ตกลงที่จะปรับปรุงแก้ไขสัญญาสัมปทานให้กับบริษัทในหลายประเด็นได้แก่ การขยายระยะเวลาของสัญญาสัมปทานทั้ง 3 สัญญา ออกไปสิ้นสุดในปี 2600 จากเดิมที่สัญญาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนดี) และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด จะสิ้นสุดในปี 2563 ปี 2570 และ ปี 2569 ตามลำดับ รวมทั้ง อัตราค่าผ่านทางจะมีการปรับเพิ่มขึ้นแบบคงที่ทุกระยะเวลา 10 ปี

ทั้งนี้ จะทำรายการภายหลังจากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 และภายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติ โดยกทพ.เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับบริษัท และบริษัทย่อย รวมทั้งสิ้น 4 สัญญา ได้แก่ 1. สัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 กับบริษัท 2.สัญญาเพื่อการต่อขยายโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ส่วนดี)กับบริษัท 3.สัญญาดครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร กับบริษัท และ 4.สัญญาโครงการทางด่วนสายยางปะอิน-ปากเกร็ด กับบริษัท่ย่อย

การที่บริษัท/บริษัทย่อยได้รับการขยายระยะเวลาสัญญาสัมปทานออกไป ทำให้มีความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจให้บริการทางพิเศษ โดยจะได้รับรายได้ค่าผ่านทางสม่ำเสมอในระยะยาวจนถึงปี 2600 ซึ่งจะส่งผลให้มีผลประกอบการที่ดีในอนาคต ส่วนแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการก่อสร้างปรับปรุงระบบทางด่วนขั้นที่ 2 จะมาจากกระแสเงินสดภายในของบริษัท และ/หรือ การกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินงานของบริษัท


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ