ข่าวอินโฟเควสท์
17:03 รัฐบาลอังกฤษขานรับจีนปล่อยตัวจนท.สถานกงสุลประจำฮ่องกง   รัฐบาลอังกฤษแสดงความยินดีในวันนี้กับการที่รัฐบาลจีนได้ปล่อยตัวนายไซม่อน เฉิง เจ้าหน้าที…
16:38 สื่อเผยตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาหวังสลายกลุ่มผู้ประท้วงวันนี้   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจฮ่องกงได้ใช้แก๊สน้ำตาในวันนี้ เพื่อพยายามจะสลายกลุ่ม…
16:14 "อรุณ เจทลีย์" อดีตรมว.คลังอินเดีย เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 66 ปี   นายอรุณ เจทลีย์ อดีตรมว.คลังของอินเดีย เสียชีวิตแล้วในวันนี้ที่โรงพยาบาล AIIMS …
15:09 ไต้หวันเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเกินคาด ได้อานิสงส์จากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น…
13:43 "ทรัมป์" เผยจะไม่ยับยั้ง หาก "พาวเวล" ขอลาออกจากตำแหน่ง   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐได้วิพากษ์วิจารณ์นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลาง…

Stock Watch: "ชัชชญา"โอดวิบากกรรม OCEAN ธุรกิจติดหล่มรับผลกระทบ-บทเรียนหุ้นดิ่งเหว

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 14:29:32 น.
นางชัชชญา ไตรตระกูลชัย รองประธานกรรมการ บมจ.โอเชี่ยน คอมเมิรช (OCEAN) ให้สัมภาษณ์"อินโฟเควสท์"ว่า
ในช่วงนี้มีข่าวลบทั้งส่วนตัวและบริษัทเกี่ยวกับราคาหุ้นลงหนักติดกัน 2 ฟลอร์ ทำให้พันธมิตรที่เตรียมจะร่วมมือกันขยายกิจการ ต้องชะลอออก
ไปไร้กำหนด ซึ่งเดิมเคยมีการเจจาเบื้องต้นที่จะควบรวมกิจการท่าเรือ ,ธุรกิจเช่าถังน้ำมัน,ธุรกิจขนส่งทางบกและเรือ ด้วยวิธีการแลก
หุ้น (Share Swap) กันกับพันธมิตร เพราะบริษัทมีเงินสดเป็นเงินทุนหมุนเวียนยังไม่มาก แต่เมื่อเกิดวิกฤตราคาหุ้นเช่นนี้ แผนงานทุกอย่าง
จึงต้องชะงักและชะลอออกไปก่อน
"เมื่อบริษัทกำลังมีวิกฤตราคาหุ้นอย่างนี้ แผนขยายกิจการเลยต้องชะงักและชะลอไปก่อน ตามข่าวก่อนหน้านี้ที่เราเคย MOU
กับบางจากไบโอฟูเอล เป็นบริษัทย่อย BCP เพื่อศึกษาพัฒนาธุรกิจและความเป็นไปได้ในการผลิตและขายไบโอดีเซล B7-B10 รวมถึงB20
งบริษัทจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้ ตอนนี้ต้องชะลอไปก่อน ข่าวนี้ร้ายแรงมาก ใครจะอยากมาร่วมกับเรา มันเป็นการดิสเครดิต เครียดมาก
แต่ก็อยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ผลประกอบการจะเป็นสิ่งบ่งบอกความตั้งใจ เราต้องเดินหน้าทำ"
หุ้น OCEAN  เป็นหนึ่งหุ้นร้อนข้ามปี เพราะหากย้อนดูราคาหุ้นเริ่มขยับขึ้นเมื่อกลางปี 61 จาก 84 สตางค์เมื่อวันที่ 7 มิ.
ย.61 โดยพุ่งขึ้นมาอย่างร้อนแรงทำจุดสูงสุด 5.95 บาทเมื่อวันที่ 11 พ.ย.61 ก่อนจะค่อยๆแกว่งตัวลง และร่วงลงแรงในช่วงปลาย
เดือน ก.พ.62 จนล่าสุดวันที่ 19 มี.ค.62 ราคาหุ้นปิดที่ 1.42 บาท
สิ่งสำคัญคือพัฒนาการหุ้น OCEAN ที่มาพร้อมกับราคา คือ การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ นำโดยนางชัชชญา ที่ได้รับ

การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายบุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวน 482 ล้านหุ้น  คิดเป็นมูลค่า 386.05 ล้านบาทในช่วงเดือน ส.ค.61 ที่

ราคาหุ้นละ 80 สตางค์ จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 40% ของทุนจดทะเบียน จากเดิมที่เคยถือหุ้นใหญ่โดยตระกูล"วิไลเลิศโภคา"นอก
จาก OCEAN ยังปรับโครงสร้างธุรกิจจากเทรดดิ้งก๊อกน้ำ ผันเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันปาล์มเต็มรูปแบบ
จากปรากฎการณ์หุ้น OCEAN ไต่ระดับขึ้นไปสูง ก่อนโดนทุบอย่างรุนแรงในครั้งนี้ นางชัชชญา กล่าวว่า ได้รับบผลกระทบที่เกิด
ขึ้นทั้งด้านธุรกิจและผลกระทบด้านจิตใจ โดยเล่าว่า ถ้าถามว่ามีส่วนร่วมกับการขายหุ้นครั้งนี้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่มีทาง เพราะตอนนี้แม่
เพียงหุ้นเดียวก็ไม่ได้ขายออกมา
แม้ว่าในส่วนหุ้นเพิ่มทุน PP รอบล่าสุด 486 ล้านหุ้น คิดเป็น 40% ต้นทุน 0.80 บาทจะยังติด Silent period หรือห้าม
ขายตลอด 1 ปีนับตั้งแต่หุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขาย แต่ก็มีอีกล็อตที่ซื้อเข้ามาใหม่ภายหลังประมาณ 25 ล้านหุ้น มีต้นทุนหลายราคามาก ก็ไม่ได้
ขายออกมา เพราะต้องการถือหุ้นยาว เพื่อขยายธุรกิจอย่างจริงจังในการนำธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบเกรด A (CPOA) เข้ามาบริหารใน
OCEAN ต้องใช้เงินทุนสูง ซึ่งเป็นที่มาของการเข้ามาลงทุนในบริษัทจดทะเบียน
นางชัชชญา กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะเข้าไปซื้อหุ้นในตลาดฯ เพิ่มอีก แต่ก็รายงานและเปิดเผยชื่อการเข้าถือหุ้นมาตลอด หากมี
เจตนาจะปั่นราคาหุ้นก็คงใช้ชื่อนอมินีไปแล้ว
"คนที่ต้องออกหน้ามารับเรื่องนี้ก็คือเรา คนพวกนั้นอยู่ในเงามืด ตอนนี้ต้องบอกว่ากลืนไม่เข้า คายก็ไม่ออก คงต้องยอมกลืน
เลือดตัวเอง ถ้ามี ก.ล.ต.มาตรวจ เรามั่นใจเลยว่าเราไม่ผิด เพราะหุ้นเดียวเราก็ไม่ได้ขาย ที่ผ่านมาลูกค้าที่เป็นคู่ค้าเราก็เห็นการเติบ
โตมาตลอด 7 ปี จึงเข้ามาถือหุ้นด้วยเพราะมีความมั่นใจ แต่วันนี้เสียความรู้สึกมาก เพื่อนๆและคู่ค้าที่ถือหุ้นเราได้รับผลกระทบไปด้วย"
นางชัชชญา กล่าวถึงธุรกิจเทรดดิ้งน้ำมันปาล์มว่า ยอมรับว่ากำไรแต่ละไตรมาสไม่ได้สูงนัก แต่สิ่งที่ตั้งใจภายหลังเข้าถือหุ้น
ใหญ่ในบริษัทมหาชน คือต้องการขยายกิจการเทรดดิ้งน้ำมันปาล์มที่เป็นธุรกิจเดิม ยกระดับขึ้นเป็นผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบ
ครบวงจร โดยคาดหวังการเติบโตมั่นคงในระยะยาว เพราะการพึ่งพาแต่ธุรกิจเทรดดิ้งเพียงอย่างเดียวที่มองว่าผลประกอบการมีความไม่
แน่นอน ในช่วงที่ราคาปาล์มขึ้นก็มีส่วนต่างกำไรดี แต่พอช่วงที่ราคาตกต่ำก็อาจทำให้ผลประกอบติดลบได้
สำหรับธุรกิจปาล์มใน OCEAN ปัจจุบันยังไม่สามารถโอนทรัพย์สินทั้งของ บริษัท พารากอนอกรีเทค จำกัด ,และ
บริษัท ละแมน้ำมันปาล์ม เข้ามาได้เนื่องจากติดเกณฑ์การได้มาของทรัพย์สิน แต่ที่ผ่านมาธุรกิจเทรดดิ้งปาล์ม เราได้ให้เช่ารถขนส่งของทั้ง
2 บริษัทตามราคาตลาดไม่ได้เอาเปรียบผู้ถือหุ้น
ส่วนรายได้ที่จะเข้ามาใน OCEAN ปัจจุบันมีเพียงรายได้จากธุรกิจหลักเทรดดิ้งปาล์มกับคู่ค้า มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 100 ล้าน
บาทต่อเดือน ขณะที่ได้เช่าคลังเก็บสต็อกน้ำมันปาล์มประมาณ 2-3 แห่ง
"ตอนนี้ใน OCEAN ยังไม่มีสินทรัพย์ เพราะยังติดเกณฑ์การได้มาของทรัพย์สิน ซึ่งหากดำเนินการได้แล้วก็จะนำทรัพย์สินของ
2 บริษัทที่เรามีเข้ามารวม ซึ่งมีเพียงเงินเราเพิ่มทุนไป 386 ล้านบาท ที่ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเทรดดิ้งน้ำมันปาล์มช่วงนี้ ส่วนแผนควบ
รวมกิจการกับใครนั้น อยากให้ผ่านมรสุมช่วงนี้ไปก่อน แต่สิ่งที่ตั้งใจหลังจากนี้ คือการพิจารณาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งเข้ามา
ขยายกิจการไปพร้อมกัน"
จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ พบว่านางชัชชญา ไตรตระกูลชัย เป็นกรรมการ 2 บริษัท ประกอบด้วย
**บริษัท ละแมน้ำมันปาล์ม จำกัด
จดทะเบียนวันที่ 19 มิ.ย.2557 ทุนจดทะเบียน 90 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 59 มีรายได้รวม 2,213 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.96 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 60 มีรายได้รวม 2,400 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.32 ล้านบาท
**บริษัท พารากอนอกรีเทค จำกัด
จดทะเบียนวันที่  9 ก.ค. 2556 ทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท
ผลประกอบการปี 59 มีรายได้รวม 1,581 ล้านบาท กำไรสุทธิ 992,757 บาท
ผลประกอบการปี 60 มีรายได้รวม 1,705 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.70 ล้านบาท
นางชัชชญา ทิ้งท้ายด้วยว่า แม้ว่าผลประกอบการปี 61 จะขาดทุนสุทธิ 146 ล้านบาท แต่เชื่อมั่นว่าปีนี้จะพา OCEAN ให้พลิกมี
กำไรได้ หลังจากไตรมาสแรกของปีนี้เริ่มเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อย แม้ราคาปาล์มจะตกต่ำก็ตาม เนื่องจากบริษัทมีกลุ่มลูกค้าที่เข้มแข็ง
"ปีนี้เราเชื่อว่างบเป็นบวกแน่ๆ แต่ไตรมาสแรกอาจจะบวกบางๆ เพราะยังรับรู้รายได้จากธุรกิจเทรดดิ้งปาล์มน้ำมันเป็นหลักมี
รายได้ขั้นต่ำเฉลี่ย 100 ล้านบาทต่อเดือน"
อนึ่ง OCEAN แจ้งผลประกอบการปี 61 มีรายได้รวม 613 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 146 ล้านบาท ปัจจุบันมีขาดทุนสะสม 171
ล้านบาท จากปี 60 บริษัทมีรายได้รวม 294 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง