ข่าวอินโฟเควสท์
18:34 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 100 จุด ขานรับผลประกอบการแกร่ง   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัว…
18:27 ปชป.จัดทัพเตรียมอภิปรายงบปี 63 ไม่ห่วงกรณีเสียงปริ่มน้ำ ยันส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีสามารถลงมติได้   นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง…
18:22 "เจพีมอร์แกน เชส"เผยกำไร,รายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 3   เจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ เปิดเผ…
18:17 "จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน"เผยกำไร,รายได้สูงกว่าคาดในไตรมาส 3   บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เปิดเผยว่า ทางบริษัทมีกำไรและรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว…
18:11 สกุลเงินตุรกีดีดตัวเทียบดอลลาร์ นักลงทุนเมินมาตรการคว่ำบาตรจาก"ทรัมป์"   ค่าเงินสกุลลีราของตุรกีดีดตัวขึ้น 0.5% เทียบดอลลาร์ในวันนี้ แม้ประธานา…

PTTEP เข้าซื้อกิจการเครือ Murphy Oil Corporation ในมาเลเซีย 2,127 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 18:45:22 น.

บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มี.ค.62 บริษัท PTTEP HK Offshore Limited บริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement : SSPA) เพื่อเข้าซื้อธุรกิจทั้งหมดของบริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย ผ่านการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทย่อยซึ่งได้แก่ บริษัท Murphy Sabah Oil Ltd. (Murphy Sabah) และ Murphy Sarawak Oil Ltd. (Murphy Sarawak) ในสัดส่วน 100%

ปัจุบันทั้งสองบริษัทมีการลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการที่อยู่ในระยะผลิต 2 โครงการ ระยะพัฒนา 1 โครงการ และระยะสำรวจ 2 โครงการ โดยมีประมาณการปริมาณสำรองปิโตรเลียม (2P) จำนวน 274 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และมีปริมาณการขายสุทธิ (net sales volume) ปี 61 ประมาณ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (เป็นน้ำมันและคอนเดนเสท 62%) โดยมีรายละเอียดของโครงการ ดังต่อไปนี้

1. โครงการ SK309 & SK311 ประกอบด้วยแปลง SK309 และแปลง SK311 ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้นนอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5% ยกเว้นพื้นที่ East Patricia ในแปลง SK309 ที่มีสัดส่วนการลงทุน 42% โดยมีปริมาณการขายสุทธิส หรับปี 2561 ประมาณ 30,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

2. โครงการ Sabah K ประกอบด้วยแหล่ง Kikeh, Siakap North-Petai (SNP) และ Gumusut-Kakap (GK) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมัน ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐ Sabah ปัจจุบัน Murphy Sabah มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 56% , 22.4% และ 6.4% ตามลำดับ โดยมีปริมาณการขายสุทธิสำหรับปี 61 ประมาณ 18,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

3. โครงการ Sabah H เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ตั้งอยู่ในทะเลน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐ Sabah ปัจจุบัน Murphy Sabah มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 56% ในพื้นที่ Rotan field และ 42% ในพื้นที่ที่เหลือ โดยคาดว่าโครงการจะเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติได้ภายในครึ่งหลังของปี 63 และมีกำลังการผลิตที่ 270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นปริมาณการขายสุทธิประมาณ 130 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

(หรือ 22,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน)

4. โครงการ SK314A เป็นแหล่งสำรวจปิโตรเลียม ตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5%

5. โครงการ SK405B เป็นแหล่งสำรวจปิโตรเลียม ตั้งอยู่ในทะเลน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐ Sarawak ปัจจุบัน Murphy Sarawak มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการ 59.5%

Murphy เป็นผู้ดำเนินการโครงการทั้งหมดในประเทศมาเลเซีย ยกเว้น แหล่ง GK ในโครงการ Sabah K ซึ่งดำเนินการโดย Shell การเข้าซื้อดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 2,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ดอลลาร์สรอ.) ซึ่งมูลค่าดังกล่าวจะต้องมีการปรับเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไปจนกว่าการซื้อขายจะมีผลสมบูรณ์ โดยอาจมีการรับรู้มูลค่าการซื้อเพิ่มเติมในจำนวนไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ สรอ. หากผลการเจาะสำรวจของโครงการ SK405B พบปริมาณปิโตรเลียมอย่างมีสาระสำคัญ

ปตท.สผ.จะชำระมูลค่าการซื้อขายด้วยเงินสดที่มีอยู่ เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาฯ ซึ่งรวมถึงการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 2/62 และภายหลังสัญญาเสร็จสิ้น ปตท.สผ.จะเป็นผู้ดำเนินการแทน Murphy ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกัน ทั้งนี้ ปตท.สผ.จะทำงานร่วมกับ Murphy เพื่อให้การดำเนินการระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้กลุ่มบุคคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในปัจจุบัน

การเข้าซื้อธุรกิจจาก Murphy ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ Coming Home Strategy ของ ปตท.สผ. ที่เน้นการลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการเข้าซื้อกลุ่มโครงการที่อยู่ในระยะการผลิต พัฒนา และสำรวจ ซึ่งนอกจากจะสามารถมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานเองแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้ ปริมาณการผลิตและปริมาณส รอง ให้กับ ปตท.สผ.ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้การเข้าซื้อดังกล่าวยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจอย่าง Petronas และเป็นการขยายฐานปฏิบัติการให้กับ ปตท.สผ. ในประเทศมาเลเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ อีกทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการที่บริษัทมีอยู่ปัจจุบันในประเทศมาเลเซียผ่านการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานโครงการน้ำลึกของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง