ข่าวอินโฟเควสท์
20:50 ดาวโจนส์พุ่งกว่า 150 จุด ขานรับ"ทรัมป์"คาดสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก   ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 150 จุดในวันนี้ ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซ…
20:37 ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ก่อน"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้   ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการซื้อขายล็อตใหญ่ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดน…
20:20 จับตา"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้ เป็นผู้นำชาติแรกเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิ   ทางการญี่ปุ่นจะคุมเข้มความปลอดภัยในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์…
20:09 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 100 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัว คาดสงครามการค้าใกล้จบ   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาด…
19:57 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนร่วงลง 2.1% ในเดือนเม.ย.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเ…

(เพิ่มเติม) VGI จับมือ iCLK ตั้งบริษัทเทคโนโลยีด้านการตลาด เชื่อมต่อแบรนด์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ากับโอกาสทางธุรกิจจากจีน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 เมษายน 2562 12:06:33 น.

บมจ.วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) แจ้งว่าเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) บริษัทได้เข้าทำสัญญาร่วมทุน (Joint Venture Agreement) กับ iClick Interactive Asia Group Limited (iCLK) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก ในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ iCLK เป็นผู้นำการให้บริการสื่อโฆษณาออนไลน์ในประเทศจีน โดยบริษัท และ iCLK จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ บริษัท วี-คลิ๊ก เทคโนโลยี จำกัด ทุนจดทะเบียน 90 ล้านบาท โดย VGI ถือหุ้น 30% , iCLK ถือหุ้น 49% และผู้ร่วมลงทุนอื่น ถือหุ้น 21%

บริษัทร่วมทุนมีขอบเขตในการประกอบธุรกิจ เป็นตัวแทนในการขายสื่อโฆษณาออนไลน์ของ iCLK ในประเทศจีน ให้กับเจ้าของสินค้าในประเทศไทยที่ต้องการทำการตลาดกลุ่มลูกค้าในประเทศจีน ,พัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับโทรศัพท์มือถือเพื่อให้บริการในประเทศไทย และให้บริการเครื่องชาร์จอุปกรณ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีจอโฆษณาดิจิทัลด้วย

ทั้งนี้ เมื่อการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนสำเร็จแล้ว บริษัทร่วมทุนจะเริ่มประกอบธุรกิจในข้อแรกก่อน แล้วจึงขยายการประกอบธุรกิจที่เหลือต่อไป

นายเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ VGI กล่าวว่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าถึงตลาดผู้บริโภคในประเทศจีนที่มีมูลค่ากว่าหลายพันล้านดอลลาร์ ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการดึงจุดแข็งของ VGI และ iClick มาผนึกกำลังในการสร้างโอกาสทางธุรกิจของแบรนด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้างโอกาสทางการตลาดแบบข้ามพรมแดนที่ไร้ขีดจำกัด ด้วยเทคโนโลยีมือถือและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทั้ง Mobile Application ,China Solutions และ O2O Solutions -Mobile charging station หรือ เครื่องบริการชาร์จมือถือที่มีหน้าจอดิจิทัลสำหรับนำเสนอคอนเทนท์การตลาด ซึ่งจะถูกติดตั้งบนเครือข่ายของ VGI ที่มี 1 หมื่นจุด ทั่วประเทศไทย

"ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นบทบาทใหม่ครั้งสำคัญสำหรับการตลาดดิจิทัลในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ผนึกความแข็งแกร่ง และร่วมเป็นพันธมิตรกับ iClick ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทสามารถเพิ่มศักยภาพในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดภายในภูมิภาคได้ ด้วยความเชี่ยวชาญของ iClick ในการวิเคราะห์ตลาดดิจิทัล รวมถึงความชำนาญในตลาดประเทศจีนและภูมิภาคเอเชีย จะทำให้เราสามารถนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและวัดผลกลยุทธ์ทางการตลาดได้อีกด้วย และเราจะยังคงมุ่งเน้นในการพัฒนาและขยายธุรกิจผ่านกลยุทธ์ O2O Solutions เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศจีนที่ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง"นายเนลสัน กล่าว

ด้านนาย Sammy Hsieh  ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO ของ iClick กล่าวว่า การนำเสนอโซลูชั่นส์ผ่านนวัตกรรมที่มีความหลากหลายร่วมกันในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งบนตลาดดิจิทัลในภูมิภาคให้กับทั้ง VGI และ iClick ทั้งนี้ ด้วยความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการนำเสนอโฆษณาที่สอดคล้องตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการโฆษณาในอนาคต

"เราเชื่อมั่นว่าการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ VGI ในครั้งนี้จะเสริมสร้างแพลตฟอร์มการตลาดที่ยิ่งใหญ่และสร้างสรรค์มากขึ้นให้กับแบรนด์ในภูมิภาค และยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจและการลงทุนใหม่ ๆ ของทั้งสองบริษัทในอนาคตอีกด้วย"

การร่วมลงทุนในครั้งนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพที่สำคัญแก่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของประเทศจีนพบว่า จีนเป็นประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังต่างประเทศติดอันดับสูงสุดของโลกกว่า 150 ล้านครั้ง ในปี 61 ซึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักเดินทางเหล่านี้ก็คือประเทศไทย ตามด้วยญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายในต่างประเทศถึง 258 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 60 คิดเป็น 21% ของการใช้จ่ายทั่วโลก ซึ่งในการร่วมลงทุนครั้งนี้ยังเล็งเห็นถึงโอกาสของธุรกิจค้าปลีก สินค้า อุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ และความบันเทิงอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง