PTL จะลงทุน 48 ล้านเหรียญฯทำโครงการแผ่นฟิล์ม BOPP ในอินโดนีเซีย คาดเริ่มผลิตใน 2 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน 19 มิถุนายน พ.ศ. 2562 08:05 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) อนุมัติการลงทุนในโครงการแผ่นฟิล์ม BOPP(Biaxially Oriented Polypropylene Film) ของบริษัท พีที. โพลีเพล็กซ์ ฟิล์ม อินโดนีเซีย (PT PFI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศอินโดนีเซีย ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 99.997% โดยมีมูลค่าลงทุนทั้งหมดของโครงการประมาณ 48 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,498 ล้านบาท

สำหรับโครงการแผ่นฟิล์ม BOPP ตั้งอยู่ในทำเลร่วมกับสายการผลิตแผ่นฟิล์ม PET ที่มีการลงทุนต่อเนื่อง โดยตั้งอยู่ในที่ดินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้งาน โดยเป็นสายการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPP ประเภทหลายชั้น กว้าง 10.4 เมตร มีปริมาณการผลิตสูง และใช้เทคโนโลยีทันสมัย ด้วยการตั้งค่าเริ่มต้นเครื่องจักร (machine configuration) เพื่อให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์พิเศษเฉพาะ (specialty) นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์มาตรฐานทั่วไป โดยมีกำลังการผลิตประมาณ 6 หมื่นตัน/ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในอีก 2 ปีข้างหน้า กำหนดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพื่อใช้ในการลงทุนเท่ากับ 2:1

แผ่นฟิล์ม BOPP เป็น 1 ใน 3 ประเภทของแผ่นฟิล์มประเภทสารตั้งต้นเคลือบพื้นผิว (face substrates) ซึ่งรวมถึง BOPET และ Nylon ซึ่งใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนประเภทต่าง ๆ โดยในจำนวนแผ่นฟิล์มทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว ความต้องการ BOPP ในตลาดโลกมีปริมาณที่สูงที่สุดเท่ากับประมาณ 8.5 ล้านตัน/ปี คิดเป็นประมาณ 2.25 เท่าของแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบาง ทำให้มีความโดดเด่นในตลาดควบคู่ไปกับสารตั้งต้นอื่น ๆ อันเนื่องมาจากคุณสมบัติที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร

อัตราการเติบโตของความต้องการแผ่นฟิล์ม BOPP ในตลาดโลกคาดว่าจะอยู่ที่ 4-5% ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่จะสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ต้องการขยายฐานผลิตภัณฑ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าที่ส่งมอบแก่ลูกค้า อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงโดยไม่ละเลยเรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพการผลิต


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ