ข่าวอินโฟเควสท์
08:00 เหตุระเบิดกลางงานแต่งงานกลางดึกที่กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก   เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่กรุงคาบูล เมืองหลวงของประเท…
07:18 สื่อจีนแฉ 4 บริษัทบัญชีชั้นนำของฮ่องกงแอบหนุนหลังกลุ่มผู้ประท้วง   โกลบอล ไทม์ส ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีนได้รายงานว่า บริษัทบัญชีชั้นนำของฮ่องกง…
17:12 ผลชันสูตรศพชี้ "เจฟฟรีย์ เอปสไตน์" เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย   หัวหน้าคณะผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ของนครนิวยอร์กระบุว่า การฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอเป็น…
16:27 สหรัฐออกหมายศาลยึดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน หวังสกัดไม่ให้ออกจากยิบรอลตา   ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตันได้ออกหมายศาลเพื่อยึดเรือบรรทุกน้ำมันข…
15:26 บรรดาครูชาวฮ่องกงเปิดฉากเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลสุดสัปดาห์นี้   บรรดาครูชาวฮ่องกงกว่า 1 พันคนได้เริ่มออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลในวัน…

KTC คาดผลงานปี 62 ดีกว่าประมาณการ หลัง H1/62 กำไรเติบโต-คุม NPL ดี, ธุรกิจใหม่ชัดเจนใน 18-24 เดือน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 08:57:14 น.

บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) คาดว่าจะสามารถสร้างผลดำเนินงานของทั้งปี 2562 ได้ดีกว่าประมาณการเดิมที่เคยเปิดเผยไว้ แม้ว่าในครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทมีอัตราการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ต่ำกว่าประมาณการที่ได้ตั้งไว้ อย่างไรก็ตามด้านการสร้างรายได้ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรและจากยอดลูกหนี้ของสินเชื่อบุคคลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และเนื่องจากมีการควบคุมคุณภาพพอร์ตได้เป็นอย่างดี มีอัตราหนี้เสียที่ต่ำ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่รุนแรงมากขึ้น การเข้าสู่ธุรกิจใหม่ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจนาโน-พิโกไฟแนนซ์ รวมทั้งธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน จึงเป็นโอกาสสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่บริษัท ซึ่งคาดว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนของธุรกิจใหม่ได้ภายใน 18-24 เดือนข้างหน้า

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรเท่ากับ 2,515 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้โต 7% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมโตที่ 3% สำหรับรายได้รวมครึ่งปีเท่ากับ 11,102 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่เติบโตที่ 7%  และ 8%  ตามลาดับ พร้อมกับการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) เพิ่ม 5%  และหนี้สูญได้รับคืนเพิ่มขึ้นที่ 3%

โดยค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) เท่ากับ 33.8% ลดลงจาก 35.2% ณ ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และในรอบ 5 เดือนปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทขยายตัวที่ 10.6% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่เติบโตที่ 8.7%

ขณะที่ยอดลูกหนี้รวมเท่ากับ 77,121 ล้านบาท ขยายตัวที่ 7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นลูกหนี้บัตรเครดิตรวมเพิ่มจาก 46,251 ล้านบาท เป็น 49,658 ล้านบาท และลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวมจาก 25,423 ล้านบาทเป็น 27,177 ล้านบาท ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับครึ่งปีเท่ากับ 15.39% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 15.26% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยรับเฉลี่ยเพิ่มจาก 18.23% เป็น 18.26% และต้นทุนเงินทุนลดลงจาก 2.97% เหลือ 2.87%

ด้านการควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ดีต่อเนื่อง โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลูกหนี้รวมของบริษัทอยู่ที่ 1.13% ลดลงจาก 1.14% ณ สิ้นปี 2561 อีกทั้งลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 1.27% และ 1.18% ตามลำดับ บริษัทคาดว่าจะยังสามารถรักษาระดับ NPL ให้อยู่ในระดับต่ำได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับในไตรมาส 2/62 มีกำไรสุทธิ 1,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระดับกำไรสุทธิ 1,306 ล้านบาทในไตรมาส 2/61 โดยภาพรวมธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ชะลอตัว อีกทั้งยังมีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงมากขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป

แม้ว่าพอร์ตลูกหนี้รวม จะเติบโตในลักษณะชะลอตัว เป็นผลให้รายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเพียง 7% แต่การที่บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้เพิ่มขึ้นไม่สูง ประกอบกับความสามารถในการคงมูลค่าต้นทุนเงินทุนให้อยู่ในระดับเดิม ขณะที่หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญมีจำนวนสูงขึ้นตามมูลหนี้ที่เพิ่มขึ้น และเนื่องจากใตรมาสนี้มีวันทำการน้อยกว่าไตรมาสอื่น ๆ ทำให้การติดตามหนี้คืนมีความยากขึ้น จำนวนหนี้สูญได้รับคืนมีอัตราลดลงเมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงสามารถทำกำไรอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บริษัทยังสามารถคงสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง