(เพิ่มเติม) B จะใช้เงินไม่เกิน 160 ลบ. เข้าถือหุ้น 40% ในโครงการโซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง รวม 58 MW ในเวียดนาม

ข่าวหุ้น-การเงิน 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562 13:05 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(เพิ่มเติม) B จะใช้เงินไม่เกิน 160 ลบ. เข้าถือหุ้น 40% ในโครงการโซลาร์ฟาร์ม 2 แห่ง รวม 58 MW ในเวียดนาม

บมจ.บี จิสติกส์ (B) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (1 ส.ค.) อนุมัติการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการในเวียดนาม โดยการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท GA Power Pte. Ltd. บริษัทจำกัดจดทะเบียนภายใต้กฎหมายประเทศสิงคโปร์ (GAP) ด้วยเงินลงทุนไม่เกิน 160 ล้านบาท ในสัดส่วนไม่เกิน 40.00% คาดว่าจะดำเนินการทำสัญญาจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนและสัญญาผู้ถือหุ้นได้ภายในเดือนส.ค.62

ทั้งนี้ GAP ถือหุ้น 100% และเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ลงทุนในบริษัท GA Power Solar Park Huong Son Ltd., และ GA Power Solar Park Cam Xuyen Ltd., ซึ่งเป็นจดทะเบียนในเวียดนาม และได้รับใบอนุญาตลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดหาติ๋ญ (Ha Tinh) ประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 2 โครงการ จำนวน 58.00 เมกะวัตต์ (MW)

โครงการดังกล่าวได้รับหนังสืออนุมัติในหลักการจากการไฟฟ้าประเทศเวียดนาม (Vietnam Electricity :EVN) ตกลงจะรับซื้อไฟฟ้าจากทั้ง 2 โครงการ แต่อยู่ระหว่างรอสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยมีระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ให้กับ EVN และคาดว่าจะอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tariff หรือ FIT ) ที่ 0.092 เหรียญสหรัฐ/หน่วย โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในเดือนก.ค.63

การเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้ และผลการดำเนินงานที่มั่นคง เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า กับการไฟฟ้าเวียดนามเป็นระยะเวลา 20 ปี เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน จากการพึ่งพาธุรกิจท่าเรือ, ขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักในปัจจุบันเพียงธุรกิจเดียว ขณะที่จะมีกระแสเงินสดจากเงินปันผลที่มั่นคงตลอดระยะเวลา 20 ปีของสัญญา PPA โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุนของโครงการ (Project IRR) และผู้ถือหุ้น (Equity IRR) ประมาณ 9.63 – 9.94% ต่อปี และ 12.64 – 13.75% ต่อปี ตามลำดับ

สำหรับแหล่งเงินทุนของบริษัท จะมาจากเงินทุนคงเหลือจากการเพิ่มทุนในเดือน ก.พ.61 และเงินทุนจากการขายที่ดิน รวมถึงเงินทุนจากการเพิ่มทุนในเดือนก.ค.62 โดยการใช้เงินจะไม่เกินสัดส่วนตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 อนุมัติ

นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังอนุมัติ ให้ลงทุนหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บริษัท มูนช็อต เวนเจอร์ แคปปิ ตอล จำกัด (มูนช็อต) เพิ่มอีก 10% ของทุนชำระแล้วของมูนช็อต โดยซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในมูนช็อต จำนวน 200,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 20 ล้านบาท โดยโครงสร้างการถือหุ้นก่อนการทำรายการบริษัทถือหุ้นในมูนช็อต 23%

การลงทุนในมูนช็อต จะเป็นการต่อยอดทางธุรกิจด้วยแพลตฟอร์มเกี่ยวกับผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง ที่จะทำให้บริษัท มีเทคโนโลยี (Begistics To Technology) ที่สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพ ขององค์กร ในการเพิ่มรายได้ และ ลดต้นทุน ในการประกอบธุรกิจ ตลอดจน การพัฒนากระบวนการทำงานภายในองค์กรให้มีความได้เปรียบในเชิงการค้า

นายพงศ์ศิริ ศิริธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ B กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามครั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายกลุ่มทางธุรกิจ (Diversification) และเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ในระยะยาวให้บริษัท ขณะที่เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างทางการเงิน เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเข้าไปสู่การให้บริการกิจการใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นจนสามารถให้บริการครบวงจร ทำให้มีความคล่องตัวในการทำธุรกิจและเพื่อเป็นการขยายฐานรายได้และกระจายความเสี่ยงไม่ได้พึ่งพาธุรกิจด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว

"เราใช้เวลาในการศึกษามานานพอสมควร เห็นช่องทางการเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทในระยะยาว ซึ่งประเทศเวียดนามยังมีความต้องการพลังงานสูง นอกจากนี้การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ถือเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานด้านกลยุทธ์ B2E (Begistics to Energy) ของบริษัทที่จะนำไปสู่ธุรกิจพลังงาน"นายพงศ์ศิริ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับองค์กรครั้งยิ่งใหญ่ หลังการทำรีแบรนด์องค์กร โดยการปรับโครงสร้างดังกล่าว ได้เริ่มสะท้อนสู่ผลประกอบการของบริษัทอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/61 จนมาถึงไตรมาสแรกปีนี้ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เริ่มดีขึ้น ทำให้มั่นใจว่าภายในปีนี้ EBITDA จะกลับมาเป็นบวก จากแนวโน้มธุรกิจหลักที่จะมีการพัฒนาและเพิ่มฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ