(เพิ่มเติม) GULF เผย TTC Green ลงนามสัญญาเงินกู้ 37.8 ล้านเหรียญฯ ระยะเวลา 15-17 ปี ในโครงการโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม

ข่าวหุ้น-การเงิน 22 มกราคม พ.ศ. 2563 17:43 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(เพิ่มเติม) GULF เผย TTC Green ลงนามสัญญาเงินกู้ 37.8 ล้านเหรียญฯ ระยะเวลา 15-17 ปี ในโครงการโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งว่า วันนี้ (22 ม.ค.) TTC Energy Development Investment Joint Stock Company (TTC Green) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อม 90% ผ่าน Gulf International Holding Pte. Ltd. และเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า TTCIZ-02 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 50.0 เมกะวัตต์ (MW) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Thanh Thanh Cong ที่อำเภอ Trang Bang จังหวัด Tay Ninh ประเทศเวียดนาม มีมูลค่าโครงการประมาณ 50.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ลงนามสัญญาเงินกู้เพื่อเข้ารับการสนับสนุนเงินกู้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐในวงเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 37.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นระยะเวลา 15-17 ปี กับกลุ่มสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสิ้น 5 แห่ง

(เพิ่มเติม) GULF เผย TTC Green ลงนามสัญญาเงินกู้ 37.8 ล้านเหรียญฯ ระยะเวลา 15-17 ปี ในโครงการโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม

สำหรับกลุ่มสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) หรือเอดีบี ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน นำโดยภาคเอกชนชั้นนำของเอเชีย (The Leading Asia’s Private Infrastructure Fund: LEAP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA)

ทั้งนี้ TTC Green ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity) เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 9.35 เซนต์สหรัฐต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

ธนาคารพัฒนาเอชีย ระบุเพิ่มเติมว่า การให้ความช่วยเหลือโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กัลฟ์ ของเอดีบีผ่านโครงสร้างนวัตกรรมทางการเงิน จะทำให้มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการกู้ยืมเงิน และจะช่วยกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมสนับสนุนการปล่อยกู้แก่โครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีธุรกรรมทางการเงินขนาดใหญ่รายแรก ๆ ของประเทศเวียดนาม เงินกู้ประกอบด้วยเงินกู้โดยตรงจากเอดีบี (A Loan) มูลค่า 11.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินกู้เสริมพิเศษ (B loan) มูลค่าสูงถึง 18.9 ล้านเหรียญสหรัฐ จากธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

นอกจากนั้น ยังมีเงินกู้จากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยภาคเอกชนชั้นนำของเอเชีย มูลค่า 7.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น เงินกู้ดังกล่าวนับเป็นการทำธุรกรรมภายใต้ Non-Parallel Program ครั้งแรกของกองทุน และยังช่วยให้โครงการมีศักยภาพทางการเงิน ซึ่งผู้ให้กู้สามารถปล่อยกู้ระยะยาวเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐได้

"เอดีบียินดีกับธุรกรรมในครั้งนี้มาก เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะมีผลต่อความมั่นคงและยั่งยืนของสาขาพลังงานในอีกหลายปีข้างหน้าของเวียดนาม" นายเจคกี้ บี. ซูตานี ผู้อำนวยการแผนกการเงินโครงสร้างพื้นฐาน สำนักปฏิบัติการภาคเอกชนของเอดีบีกล่าว

นอกจากจะจัดสรรเงินทุนตามที่ต้องการให้กับการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามแล้ว โครงการดังกล่าวยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อสาขาพลังงานทดแทนของประเทศอีกด้วย

"เราเชื่อว่าโครงการขั้นพื้นฐานจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอันเป็นผลจากโครงสร้างทางการเงินที่แข่งขันได้และการได้รับเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินต่างๆ นำโดยเอดีบี นอกจากนั้น เรายังมั่นใจว่าโครงการจะดำเนินการได้สำเร็จตามแผนที่วางไว้"นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการ และกรรมการบริหาร ของ GULF กล่าว

รัฐบาลเวียดนามวางแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนของแหล่งการผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานทดแทน เช่น พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล ให้เพิ่มสูงขึ้นถึง 21% ภายในปี 2573 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและและลดภาวะเรือนกระจกกว่า 25% ภายในปี 2573

โครงการนี้จะช่วยพัฒนาและดำเนินการโรงผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเตนินห์ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฮจิมินห์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร โรงไฟฟ้านี้จะผลิตกระแสไฟฟ้าตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยและธุรกิจร้านค้าในเมืองโฮจิมินห์และบริเวณโดยรอบ และจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีสูงถึง 29,760 ตัน ภายในปี 2606


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ