"หมอสุวิน"งัดแผน BEAUTY รับมือ"โควิด-19"พุ่งเป้าออนไลน์ ปักหมุด 5 ปียอดขาย"หมื่นล้าน"

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday February 18, 2020 09:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า บริษัทเกาะติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019(โควิด-19) อย่างใกล้ชิด หลังจากเริ่มต้นขึ้นในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีนเป็นศูนย์กลางแพร่กระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลก ยอมรับว่าคงจะกระทบกับยอดขายสินค้าของบริษัท เนื่องจากกลุ่มชาวจีนเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก

ล่าสุด บริษัทเตรียมแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจากการหารือกับตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศทุกราย ยังไม่มีรายใดปรับลดเป้ายอดขาย ขณะเดียวกันได้ทำแผนการตลาดกระตุ้นลูกค้าซื้อสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ( E-Commerce) มากขึ้น ส่วนตลาดในประเทศมองว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในห้างสรรพสินค้าอาจชะลอตัว บริษัทจึงจะใช้กลยุทธ์การขายแบบ O2O (Online to Offline synchronization) โดยใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งของบริษัทและพันธมิตร ช่วยดึงให้ฐานลูกค้าที่อยู่บนโลกออนไลน์เข้ามาใช้บริการใน Offline Store พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อจากลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์ จึงเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ในช่วงนี้

"กระแสการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในจีนเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทก็เป็นลูกค้าชาวจีนที่อยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างผลกระทบกับบริษัท แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นแค่ผลกระทบระยะสั้น เพราะการควบคุมการแพร่ระบาดในจีนค่อนข้าง Aggressive มีเทคโนโลยีด้านการรักษาที่ทันสมัย และทั่วโลกตื่นตัวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเชื่อว่าอัตราการติดเชื้อน่าจะค่อยๆลดลงและใช้เวลาไม่นานในการแก้ไขปัญหา"นพ.สุวิน กล่าว

ทั้งนี้ ตลอดปี 62 ที่ผ่านมามีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน อาทิ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และกฎระเบียบเข้มขึ้นในการนำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในจีน อาจจะมีผลกระทบกับรายได้ แต่ในปีนี้เชื่อมั่นว่าปีนี้จะเป็นหนึ่งปีที่เก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนของตลาดหลายประเทศ ดังนั้น ปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโต 20% และรักษาอัตรากำไรสุทธิ 15% พร้อมกับมุ่งสู่เป้าหมายหลักภายในอีก 5 ปีข้างหน้ารายได้รวมจะพุ่งขึ้นไปแตะ 1 หมื่นล้านบาท

*ถอดสูตรธุรกิจ"หมอสุวิน"กับจุดเริ่มต้นร้านแรกพื้นที่ 9 ตร.ม.

ตลอดเวลากว่า 21 ปีบนเส้นทางผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางของ นพ.สุวิน กว่าจะประสบความสำเร็จนำพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 8 ปีที่แล้ว (12 ธ.ค.55) เริ่มต้นจากการเปิดร้านขายเครื่องสำอางแห่งแรกชื่อ"เนโอะ"ด้วยเงินลงทุนหลักแสนบาทบนพื้นที่เพียง 9 ตารางเมตรในศูนย์การค้าโบนันซ่าย่านสยามสแควร์ ใช้เวลากว่า 2-3 ปีก่อนเริ่มขยายสาขา 2 มาตั้งในศูนย์การค้ามาบุญครองด้วยเงินเก็บสะสมแทบหมดหน้าตัก

จากความเชื่อมั่นและกลยุทธ์แนวคิดที่มีความแตกต่างจากร้านเครื่องสำอางทั่วไป เช่น ตกแต่งร้านและบริการลูกค้า สินค้ามีความหลากหลายเป็น Multi brand ใส่ความสนุกสนาน สร้างความเป็นกันเองกับลูกค้า และเน้นเลือกทำเลที่มีศักยภาพหลังจากนั้นไม่นานก็สามารถขยายไปอีกหลายสาขา

ต่อมาในปี 49 มีพัฒนาการสำคัญคือเริ่มต้นแบรนด์ร้าน"บิวตี้ บุฟเฟ่ต์"ตั้งรับกับกระแสสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์เกาหลีเข้ามาตีตลาดในไทย ซึ่งบริษัทสามารถรับมือการแข่งขันได้ดี เป็นสิ่งสะท้อนว่าแบรนด์"บิวตี้ บุฟเฟ่ต์"มีความแข็งแกร่งจากความแตกต่างชัดเจน

"ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 40 พยายามมองหาธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ ผมได้อ่านหนังสือ"ยิวสอนลูก"การทำธุรกิจต้องเกี่ยวกับเรื่องของปากท้องและเกี่ยวกับผู้หญิง เพราะผู้หญิงเป็นคนตัดสินใจใช้เงินและเป็นคนกำเงินไว้ ก่อนนั้นอยู่เวียดนาม ช่วงที่กลับเข้ามาในไทยเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง เวลานั้นเห็นว่าภรรยายังใช้จ่ายกับเครื่องสำอาง จึงตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งร้านแรกเริ่มต้นด้วยศูนย์เพราะไม่มีประสบการณ์ค้าปลีกเลย ใช้เงินเก็บที่มีในช่วงนั้นประมาณหลักแสน มีความยากคือเปลี่ยนเส้นทางจากอาชีพหมอมาเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกเครื่องสำอาง"นพ.สุวิน กล่าวกับ "อินโฟเควสท์"

*ยุคโลกหมุนเร็ว แม้มองไกล แต่ต้องวิเคราะห์บ่อยขึ้น

นพ.สุวิน ยกตัวอย่างการประกอบธุรกิจแบ่งเป็นหลายช่วง ในยุคเริ่มต้นธุรกิจเปรียบเทียบ คือ"เถ้าแก่" ยอมรับว่าไม่ได้ตั้งเป้าและคาดการณ์สั้นมากเป็นรายเดือนด้วยซ้ำ เช่น 5-10 วันแรกต้องหาเงินจ่ายค่าเช่า, 5-10 วันหลังต้องหาเงินจ่ายค่าสินค้า และที่เหลือ 5-10 วันเป็นกำไร

แต่พอมาวันนี้เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ และปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่ามีเป้าหมายระยะไกลไว้เพื่อให้กิจการเติบโตในอนาคต แต่ต้องมาวิเคราะห์สถานการณ์กันบ่อยมากขึ้นรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับต้องมองหลายมิติทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เรียกว่ามองกันแบบ 360 องศา

"ประสบการณ์ธุรกิจในการมองใกล้หรือไกลนั้น ขึ้นอยู่กับจังหวะความเร็วของธุรกิจเป็นอย่างไรมากกว่า ก็เหมือนการขับรถ ถ้าขับช้าก็อาจไม่ต้องมองไกลขนาดนั้น แต่ถ้าความเร็วสูงขึ้น มีรถพ่วงอยู่ด้วย คงต้องมองไกลขึ้น และต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นด้วย ในระหว่างทางเราต้องสร้างคน สร้างทีม สร้างระบบต่างๆให้มีความแข็งแรง เพื่อก้าวสู่เป้าหมายบริษัทที่มีความยั่งยืน"นพ.สุวิน กล่าว

สำหรับมุมมองการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกเครื่องสำอาง มีความเชื่อว่าแม้ว่าคู่แข่งธุรกิจจะเติบโตขึ้น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าธุรกิจของเราต้องตาย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาเชื่อว่าการแข่งกับตัวเองเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้มากที่สุด อาจจะมองคู่แข่งบ้างในเชิงการพัฒนาการของตลาด และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ สำคัญที่สุดคือต้องแข่งกับตัวเองตลอดเวลา

*"แตกต่าง"เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ ก่อนโกอินเตอร์มุ่งขยายตลาดความงาม-สุขภาพ

นพ.สุวิน เล่าว่า สิ่งที่ทำให้ BEAUTY ประสบความสำเร็จนั้นคือ "ความแตกต่าง" ผสมผสานไปคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และสำคัญไม่แพ้กันคือต้องเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคด้วย ในยุคแรกที่เริ่มต้นธุรกิจเครื่องสำอาง มองเห็นช่องว่างทางการตลาดสามารถใช้กลยุทธ์เพื่อไปตอบสนองผู้บริโภคได้แบบตรงจุด เป็นปัจจัยเร่งให้ธุรกิจ BEAUTY เติบโตได้ต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้

"เราเป็นบริษัท Dynamic คือพร้อมเปลี่ยนแปลงให้ทันกับสถานการณ์ คิดล่วงหน้า และคิดแตกต่าง ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ความแตกต่างหาได้ยาก เป็นโจทย์ที่ท้าทายของ BEAUTY ที่ต้องคิดเรื่องนี้ให้ได้มากกว่าเดิม เพราะวันนี้ธุรกิจที่เติบโตต่อไปเรื่องพวกนี้จำเป็นมากๆ"นพ.สุวิน กล่าว

นพ.สุวิน กล่าวว่า แม้ว่าในอดีตบริษัทพึ่งพายอดขายจากกลุ่มผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น แต่ก้าวต่อไปในปีนี้มีความชัดเจนคือการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ในปี 62 มีตัวแทนจำหน่าย 13 ประเทศ และในปีนี้จะเพิ่มอีก 3 ประเทศ รวมเป็นทั้งหมด 16 ประเทศ ทำให้บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็น Beauty&Healthy International Business นอกจากจะมุ่งขยายตลาดกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางแล้ว ยังมุ่งขยายตลาดกลุ่มสินค้า Healthy ด้วย เพื่อสอดรับกับแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปี จึงมองเห็นโอกาสกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเกี่ยวข้องกับความงามผสมผสานสุขภาพที่ดี เรียกว่าสวยทั้งภายนอกและภายใน นั่นคือทิศทางของ BEAUTY ที่กำลังเดินต่อไป

"วันนี้ BEAUTY มีอายุครบ 21 ปี ถ้าเป็นคนก็กำลังอยู่ในวัยทำงาน ผมตั้งชื่อ BEAUTY เพราะต้องการเจาะจงว่าเราจะไม่เถลไถลไปเป็นอย่างอื่น มองว่าอุตสาหกรรมเกี่ยวกับความงาม เครื่องสำอาง และสุขภาพ ยังมีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต แต่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจอาจเปลี่ยนแปลง อาทิ การตลาด, การสื่อสาร, เครื่องมือในการซื้อสินค้า

ดังนั้น การนำพา BEAUTY ให้เดินต่อไปได้ คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง ยิ่งในยุคที่ธุรกิจเผชิญกับกระแสดิสรัปชั่นหลายๆ ด้าน หลายๆ อุตสาหกรรม BEAUTY เองก็ต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐานในองค์กร รวมถึง Mindset ของบุคลากรและกลยุทธ์ต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยเพื่อให้ทันกับสถานการณ์"นพ.สุวิน กล่าว

https://youtu.be/XT2u9GuScko


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ