STEEL ระบุดีลแลกหุ้น"โซล่าฯ"เหมาะสม มองธุรกิจมีอนาคต-มีโรงไฟฟ้า 34แห่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 29, 2010 10:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประสิทธิ์ อุ่นวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.สตีล อินเตอร์เทค(STEEL)เปิดเผยว่า ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนหุ้นกับผู้ถือหุ้นของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด(SPC) ประเด็นแรก ความเหมาะสมในการซื้อหุ้นสามัญของ SPC มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ด้วยหุ้น STEEL ที่มูลค่า 1 บาท (ซึ่งเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของ STEEL) ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนหุ้นที่ 10 หุ้นใหม่ของบริษัทต่อ 1 หุ้นของ SPC

บริษัทจะมีการเปิดเผยข้อมูลของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) มีความเห็นว่า อัตราแลกเปลี่ยนหุ้นที่เหมาะสมอยู่ที่ 10 หุ้นใหม่ของบริษัทต่อ 1.57 หุ้นของ SPC แต่เนื่องจากคณะกรรมการของบริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอนาคตของธุรกิจพลังงานทดแทนมีอัตราการเจริญเติบโตสูง อีกทั้งสมมติฐานมูลค่าของ SPC จากโรงไฟฟ้าเพียงแค่ 1 โรงที่ได้ดำเนินการก่อสร้างและได้มีกำหนดการดำเนินการในเชิงพาณิชย์แล้ว คือ โครงการของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (โคราช 1) จำกัด (โคราช 1) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SPC

โดยสมมติฐานของ IFA ไม่รวมโครงการที่เหลืออีก 33 โครงการที่ SPC ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่เหลืออีก 33 โครงการในอนาคตด้วยแล้ว มูลค่าของหุ้นของ SPC จะเท่ากับ 2 บาทต่อหุ้น (หากพิจารณาเทียบเคียงที่มูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของ SPC ที่เท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัท คือ 1 บาทต่อ หุ้น) ในขณะที่มูลค่าของหุ้นของบริษัทจะเท่ากับ 1.57 บาทต่อหุ้นเท่านั้น

ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงเห็นว่าบริษัทไม่ได้เสียประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนหุ้นดังกล่าว จึงเห็นชอบในการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวเพื่อการบริหารอนาคตของธุรกิจของบริษัท ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนหุ้นมีความเหมาะสม อีกทั้งยังจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นในอนาคต ทั้งนี้มูลค่าที่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่ของบริษัทนั้นเป็นไปตามข้อสรุปที่ได้จากการเจรจากับผู้ถือหุ้นของ SPC

ในการเสนอขายหุ้นราคาต่ำของบริษัทนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการได้มาซึ่งธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีความมั่นคงสู่บริษัทเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ของบริษัทและเสริมความสามารถในการเพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัทในอนาคต และเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากคู่สัญญาที่ SPC ได้เข้าทำสัญญาขายไฟฟ้าไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วคือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ตามที่บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 39/2551 เรื่อง การคำนวณราคาเสนอขายหลักทรัพย์และการกำหนดราคาตลาดเพื่อการพิจารณาการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำ โดยกำหนด ราคาตลาดตามเกณฑ์ดังกล่าวโดยใช้ ราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทย้อนหลัง 14 วันทำการก่อนวันกำหนดราคาเสนอ ขาย ซึ่งคำนวณได้ที่ 7.51 บาทต่อหุ้น

คณะกรรมการบริษัทได้เล็งเห็นถึงผลประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น เนื่องจากหากการรวมธุรกิจเพื่อการปรับโครงสร้างดังกล่าวสำเร็จเสร็จสิ้นลงก็น่าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต คณะกรรมการบริษัทจึงได้เห็นชอบให้มีการแลกหุ้นในอัตราส่วน 10 หุ้นของบริษัทต่อ 1 หุ้นของ SPC ในราคาเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัท นอกจากนี้ คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทได้ เห็นชอบการควบรวมกิจการเพื่อการปรับโครงสร้างของบริษัทกับ SPC ซึ่งจะทำให้บริษัทมีธุรกิจที่มั่นคงและมีโอกาสในการขยายตัวได้สูงในอนาคต โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคทั้งจำนวน และนอกจากจากโครงการโคราช 1 แล้ว SPC ยังมีสัญญาที่จะซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีก รวมทั้งสิ้น 33 โครงการ

ภายหลังการควบรวมกิจการเพื่อการปรับโครงสร้าง STEEL ยังคงมีการดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิต จัดจำหน่าย และให้บริการ ติดตั้งแผ่นเหล็กเคลือบสังกะสี และยังมีโอกาสที่จะเพิ่มยอดขายได้ จากการเป็นผู้ขายอุปกรณ์ให้กับ SPC ในโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ โดย SPC ได้ยื่นจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อตั้งธุรกิจทั้งหมด 34 แห่ง ใน จ.นครราชสีมา เลย สุรินทร์ นครพนม สกลนคร ขอนแก่น บุรีรัมย์ หนองคาย และ อุดรธานี

หลังการเข้าทำรายการ โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ STEEL จะมีนางสาววันดี กุญชรยาคง เข้าถือหุ้นใหญ่ ร้อยละ 50.98 แทนกลุ่มครอบครัวอุ่นวรวงศ์

ทั้งนี้ การบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้างของบริษัท (MOU) หากบริษัทไม่ได้เข้าทำบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้าง (MOU) และสัญญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และหากบริษัทได้เข้าทำบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้างของบริษัท (MOU) แล้วแต่ไม่ได้เข้าทำรายการแลกหุ้น (Share Swap) กับผู้ถือหุ้นของ SPC ก็จะไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดเช่นกัน

เนื่องจากบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้างของบริษัท (MOU) ดังกล่าวจะเป็นการกำหนดความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น แต่มิได้มีผลบังคับเป็นสัญญาแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทจะต้องมีการเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับผู้ถือหุ้นของ SPC กันอีกครั้งหนึ่งภายหลังจากที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทได้อนุมัติการเข้าทำรายการแลกหุ้น (Share Swap) ดังกล่าวและรายการอื่นใดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้พิจารณารับคำขอให้รับหลักทรัพย์เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง บริษัทจะเข้าทำบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้างของบริษัท (MOU) กับผู้ถือหุ้นของ SPC เร็วๆ นี้ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาสรุปเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจในการปรับโครงสร้างของบริษัท (MOU) กับผู้ถือหุ้นของ SPC


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ