สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิก ลดลง 45 เซนต์ แตะ 82.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ณ เวลา 13.21 น.ตามเวลาลอนดอน หลังจากที่ร่วงลงแตะ 82.63 ดอลลาร์/บาร์เรล และดีดขึ้นไปแตะระดับ 83.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอย่างผันผวนเพราะตลาดตอบรับปัจจัยสองด้าน ด้านหนึ่งคือรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ระบุว่าอุปทานน้ำมันทั่วโลกดีขึ้น อีกด้านคือการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่แล้วอาจลดลง
IEA รายงานว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล แตะ 91.1 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. เนื่องจากสหรัฐเพิ่มกำลังการผลิต
ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาดูสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ที่จะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ในคืนนี้ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบจะลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นจะเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินจะเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล และคาดว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันจะลดลง 0.2%
อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้การปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 มิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล หลังจากสหรัฐมีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 519,000 บาร์เรล สต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 878,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันปรับขึ้น 0.7% สู่ระดับ 88.7%