โรยัล ดัชท์ เชลล์ บริษัทน้ำมันรายใหญ่สุดของยุโรปเผยผลกำไรไตรมาสแรกทรุดฮวบ 62% ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลง ส่งผลให้รายได้จากการสำรวจและการผลิตน้ำมันตกต่ำลงตามไปด้วย
เชลล์เปิดเผยว่า กำไรสุทธิของบริษัททรุดตัวลงสู่ระดับ 3.49 พันล้านดอลลาร์ จากระดับ 9.08 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า
โดยราคาน้ำมันเฉลี่ยในไตรมาสนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 43.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งลดลงจากปีก่อนถึง 56% หลังจากที่ราคาน้ำมันเคยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 147.27 ดอลลาร์/บาร์เรลในเดือนก.ค.
อย่างไรก็ตาม เชลล์ยืนยันว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ แม้ว่าบริษัทจะใช้เงินทุนอย่างมากเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของผลผลิตน้ำมัน
นักวิเคราะห์จากโซซิเอเต เจอเนราล เอสเอกล่าวกับบลูมเบิร์กว่า "ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างหนัก ทำให้รายได้ของบริษัทลดลงตามไปด้วย โดยบริษัทต้องรักษาอัตราการผลิตน้ำมันให้คงที่ หลังโอเปคมีมติควบคุมเพดานการผลิตน้ำมัน รวมถึงเหตุการณ์โจมตีแหล่งน้ำมันในไนจีเรีย"
เมื่อเดือนที่ผ่านมา เชลล์กล่าวว่า กำลังการผลิตน้ำมันของเชลล์มีแนวโน้มลดลงเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และคาดว่าจะมีอัตราการผลิตก๊าซและน้ำมันตกลง 4.1% เหลือ 3.377 ล้านบาร์เรล/วัน
ทั้งนี้ บริษัทน้ำมันต่างเปิดเผยรายได้ที่ลดลงกันถ้วนหน้า โดยบีพี บริษัทน้ำมันคู่แข่งของเชลล์เผยรายได้ที่ทรุดฮวบลง 64% มาอยู่ที่ 2.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกบั่นทอนความต้องการด้านพลังงาน ขณะที่ Eni SpA บริษัทน้ำมันรายใหญ่สุดของอิตาลี มีกำไรลดลง 43% อยู่ที่ 1.9 พันล้านยูโร (2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)